กลับไปบทความ

ที่มาและความเชื่อ · ต.ค. 2569

ขุนช้าง: จากคหบดีตัวละครเสภาสู่รูปเคารพด้านโภคทรัพย์

เขาร่ำรวย มีอำนาจ หัวล้าน และใช้กลอุบายเพื่อให้ได้นางวันทอง แต่ขุนช้างมิได้มีเพียงด้านของตัวร้าย การขับเสภา การชำระเรื่อง และความทรงจำของสุพรรณบุรีพาตัวละครผู้นี้ออกจากวรรณคดีเข้าสู่วัฒนธรรมเครื่องรางได้อย่างไร

10 นาที

ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ อ้างอิงภาพสาธารณสมบัติของเรือนขุนช้างจำลองที่วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี มิใช่ภาพหลักฐานบ้านจริงในประวัติศาสตร์ ภาพอ้างอิงโดย Chris Baker (Chrispasuk)
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ อ้างอิงภาพสาธารณสมบัติของเรือนขุนช้างจำลองที่วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี มิใช่ภาพหลักฐานบ้านจริงในประวัติศาสตร์ ภาพอ้างอิงโดย Chris Baker (Chrispasuk)

ขุนช้าง: จากคหบดีตัวละครเสภาสู่รูปเคารพด้านโภคทรัพย์

เขาร่ำรวย มีอำนาจ หัวล้าน และใช้กลอุบายเพื่อให้ได้นางวันทอง แต่ขุนช้างมิได้มีเพียงด้านของตัวร้าย การขับเสภา การชำระเรื่อง และความทรงจำของสุพรรณบุรีพาตัวละครผู้นี้ออกจากวรรณคดีเข้าสู่วัฒนธรรมเครื่องรางได้อย่างไร

ในวรรณคดีไทย ขุนช้างเป็นตัวละครที่แทบไม่ต้องแนะนำชื่อซ้ำ ภาพจำของเขาคือชายหัวล้าน รูปร่างอ้วนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก ช่างฟ้อง และรู้จักใช้เส้นสาย เมื่ออยู่ร่วมกับขุนแผนผู้รูปงามและเชี่ยวชาญวิชาอาคม และนางวันทองผู้ถูกดึงอยู่ระหว่างชายทั้งสอง จึงเกิดเป็นความสัมพันธ์เรื่องรัก อำนาจ และความไม่เท่าเทียมที่โด่งดังที่สุดตอนหนึ่งของวรรณคดีไทย แต่ก่อนจะตัดสินว่าขุนช้างดีหรือชั่ว ต้องแยกให้ชัดว่าเขาไม่ใช่คหบดีที่มีชีวประวัติร่วมสมัยครบถ้วน หากเป็นตัวละครที่เติบโตผ่านมุขปาฐะ การแสดง การชำระในราชสำนัก และการพิมพ์ตลอดเวลาหลายร้อยปี

เริ่มจากการขับเล่า ก่อนกลายเป็นหนังสือฉบับมาตรฐาน

ขุนช้างขุนแผนไม่ได้เริ่มต้นเป็นนวนิยายที่ผู้แต่งคนเดียวเขียนจบในคราวเดียว งานของ Chris Baker และ Pasuk Phongpaichit ซึ่งเทียบต้นฉบับ ภาษา และประวัติการแสดง เสนอว่าแกนเรื่องก่อตัวในมุขปาฐะท้องถิ่นราว ค.ศ. 1600 แล้วครูเสภาหลายรุ่นขับเล่า เติม และขยายเรื่องตามผู้ฟัง ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 18–19 เรื่องจึงเคลื่อนจากการละเล่นของชาวบ้านเข้าสู่วงวรรณศิลป์ราชสำนัก และตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก็เปลี่ยนจากสมุดไทยไปสู่หนังสือพิมพ์ ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงชำระและพิมพ์ใน พ.ศ. 2460–2461 กลายเป็นฉบับมาตรฐานที่มีอิทธิพลมากที่สุด ขุนช้างที่เราอ่านในวันนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะแบบท้องถิ่น จังหวะเวที รสนิยมราชสำนัก และร่องรอยการชำระสมัยใหม่ซ้อนกันอยู่

ทรัพย์ รูปลักษณ์ และการแข่งขันที่ไม่เท่ากัน

ขุนช้างมิใช่ชายยากจนที่ไร้ทางสู้ เขาเป็นคหบดีเมืองสุพรรณ มีเรือนใหญ่ บ่าวไพร่ ที่นา และทุนมากพอจะเคลื่อนไหวในระบบราชการ วรรณคดีจงใจวางรูปลักษณ์ของเขาให้ตรงข้ามกับขุนแผน ขุนแผนรูปงาม เก่งการรบ และมีวิชาอาคม ส่วนขุนช้างหัวล้าน ลงพุง และถูกใช้สร้างอารมณ์ขัน ความต่างนี้เหมาะกับการแสดง แต่ยังทำให้การแข่งขันของชายสองคนกลายเป็นการปะทะของอำนาจสองแบบ ฝ่ายหนึ่งมีรูปโฉม ฝีมือ และคาถา อีกฝ่ายมีเงิน กฎหมาย และเครือข่าย เมื่อไม่มีภาพวีรบุรุษอย่างขุนแผน ขุนช้างจึงใช้คำลวง แม่สื่อ การฟ้องร้อง และความสัมพันธ์ในราชสำนักชดเชยความไม่มั่นคงของตนอยู่เสมอ

กลอุบายที่ทำให้ขุนช้างถูกตำหนิมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อขุนแผนไปรบ เขานำหม้อกระดูกมาหลอกว่าขุนแผนตาย แล้วแต่งกฎหมายว่าหากวันทองไม่แต่งงานใหม่จะถูกริบเป็นม่ายหลวง จนมารดาบังคับให้นางแต่งกับตน ต่อมาเขายังใส่ความ แก้แค้น และเคยคิดฆ่าพลายงามเมื่อรู้ว่าไม่ใช่ลูกตน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ขุนช้างรับบทตัวร้ายอย่างชัดเจน แต่ขณะเดียวกันก็เปิดให้เห็นทางตันของวันทอง การแต่งงานและที่อยู่ของนางถูกตัดสินแทนโดยมารดา สามี ขุนนาง และพระมหากษัตริย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อถูกสั่งให้เลือกทันทีระหว่างขุนแผน ขุนช้าง หรือลูก นางไม่อาจย่อชีวิตที่ซับซ้อนให้เหลือคำตอบเดียว จึงถูกลงโทษถึงตาย โศกนาฏกรรมนี้จึงไม่ได้เกิดเพียงเพราะชายสองคนแย่งหญิงคนหนึ่ง แต่เกิดจากระเบียบอำนาจที่ไม่เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิงมีเสียงของตนเอง

ขุนช้างมีเพียงด้านร้ายหรือไม่

สารานุกรมวัฒนธรรมไทยอธิบายว่าความรักที่ขุนช้างมีต่อวันทองเป็นทั้งข้อเด่นและข้อด้อย เป็นความรักที่เห็นแก่ตัวและครอบครอง แต่ก็ยาวนาน ในช่วงหลายปีที่อยู่กินกัน เขายกนางเป็นภรรยาเอก ให้ความมั่นคง และดูแลยามคลอดบุตร เจ็บไข้ ร้อนหรือหนาว ตอนที่ทุกคนคิดว่าขุนช้างถูกทำร้ายจนตาย วรรณคดีให้นางวันทองเป็นผู้รำลึกถึงการดูแลเหล่านี้ด้วยตนเอง ความดีดังกล่าวไม่ได้ลบล้างการหลอกลวงหรือความรุนแรงของเขา แต่ทำให้ตัวละครพ้นจากป้ายแบน ๆ ว่าเป็นเพียงชายรวยรูปชั่ว เขารักคนหนึ่งได้จริง และในเวลาเดียวกันก็เปลี่ยนความรักเป็นการควบคุมเพราะกลัวสูญเสีย ความขัดแย้งนี้ทำให้ขุนช้างเป็นมนุษย์มากกว่าตัวร้ายสำเร็จรูป

ภูมิทัศน์วรรณคดีของสุพรรณบุรี

เรื่องขุนช้างขุนแผนนำสถานที่จริงอย่างสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และอยุธยาเข้าไปอยู่ในชีวิตตัวละคร จนเกิดแผนที่วรรณคดีขึ้น วัดป่าเลไลยก์ในสุพรรณบุรีมีจิตรกรรมเล่าเรื่อง และมีเรือนไทยจำลองที่เรียกว่าเรือนขุนช้าง พื้นที่นี้มิใช่บ้านที่ขุดพบทางโบราณคดี และไม่อาจยืนยันว่าเหตุการณ์ทุกตอนเกิดขึ้นจริง แต่ทำหน้าที่คล้ายพิพิธภัณฑ์วรรณคดีท้องถิ่น เชื่อมเรื่องเล่า วัด อัตลักษณ์เมือง และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ภาพปกเป็นภาพประกอบเชิงบรรณาธิการที่อ้างอิงภาพสาธารณสมบัติของเรือนจำลอง มิได้อ้างว่าเป็นบ้านจริงของขุนช้างในประวัติศาสตร์

จากคหบดีในเรื่องสู่เครื่องรางด้านโภคทรัพย์

เมื่อตัวละครหนึ่งถูกจดจำซ้ำหลายชั่วอายุ คนในสังคมมักดึงคุณสมบัติเด่นออกมาให้ความหมายใหม่ทางพิธีกรรม ขุนแผนเข้าสู่วัฒนธรรมพระเครื่องผ่านเสน่ห์ วิชาอาคม และการรบ ส่วนขุนช้างเชื่อมกับการค้า การเรียกทรัพย์ และการรักษาทรัพย์ เพราะเป็นผู้มั่งคั่งที่สุดในเมือง บริติชมิวเซียมเก็บพระพิมพ์ขุนช้างเนื้อดินซึ่งได้มาจากวัดป่าเลไลยก์และกำหนดอายุราว ค.ศ. 2000–2005 รูปเป็นชายเปลือยอก ลงพุง นั่งงอขา มือขวาถุงเงิน ด้านหลังมียันต์ พิพิธภัณฑ์บันทึกว่าวัดเคยสร้างทั้งพิมพ์ขุนช้างและขุนแผน และสังเกตว่าท่านั่งกับท้องใหญ่ชวนให้นึกถึงภาพท้าวกุเวรในไทย นี่คือพัฒนาการทางรูปเคารพและความเชื่อภายหลัง ไม่ได้แปลว่าเสภาดั้งเดิมบูชาขุนช้างเป็นเทพมาตั้งแต่ต้น

นักสะสมควรแยกหลักฐานสามชั้น

  1. 01ชั้นวรรณคดี: บทเสภาและสำนวนต้นฉบับต่าง ๆ สร้างขุนช้างอย่างไร ข้อมูลนี้อธิบายตัวละคร แต่ไม่ยืนยันอายุพระเครื่ององค์หนึ่งโดยอัตโนมัติ
  2. 02ชั้นการจัดสร้าง: วัดหรือคณะใดสร้าง เมื่อใด กล่องและข้อความด้านหลังตรงกับหลักฐานร่วมสมัยหรือไม่ นี่คือแกนของการจำแนกรุ่น
  3. 03ชั้นความเชื่อและตลาด: คำอธิบายเรื่องโภคทรัพย์ การค้า หรือเมตตาควรระบุว่าเป็นความเข้าใจของผู้ศรัทธาหรือวงการ ไม่ใช่คำรับประกัน และใช้แทนการตรวจเนื้อ พิมพ์ และที่มาไม่ได้

ขุนช้างน่าสนใจเพราะไม่เคยลงตัวกับคำตอบที่สบายใจ เขามีทรัพย์แต่ไม่มีความมั่นคงภายใน ดูแลคนรักได้ และทำร้ายคนเดียวกันในนามของความรักได้ วรรณคดีใช้เขาสร้างเสียงหัวเราะ แต่เขารู้จักพลังของเงินและระบบซึ่งบางครั้งยืนยาวกว่าคมดาบ มาถึงวันนี้ คู่แข่งที่ผู้ฟังเคยชังยังกลายเป็นภาพแทนการค้าคล่องและทรัพย์มั่นคงของผู้ศรัทธาบางกลุ่ม การอ่านขุนช้างให้ถึงจึงไม่ใช่การแก้ตัวแทนความผิด หรือรีบยกเขาเป็นเทพแห่งทรัพย์ แต่คือการเห็นว่าวรรณคดีไทยเก็บความขัดแย้งของมนุษย์ไว้อย่างไร แล้วชุมชนกับวัฒนธรรมเครื่องรางตีความใหม่ในแต่ละยุคอย่างไร

อ่านต่อ