กลับไปบทความ

ที่มาและความเชื่อ · ต.ค. 2569

พระยาพิชัยดาบหัก: จากทองดีฟันขาวสู่วีรบุรุษแห่งอุตรดิตถ์

จากลูกชาวนา นักมวย และนักดาบคู่ สู่แม่ทัพคู่พระทัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วีรกรรมดาบหักทำให้ชื่อของท่านอยู่ทั้งในประวัติศาสตร์ ความทรงจำท้องถิ่น และวงการเหรียญที่ระลึก

9 นาที

อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ณ วัดคุ้งตะเภา จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาพโดย Tmd จาก Wikimedia Commons สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0
อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ณ วัดคุ้งตะเภา จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาพโดย Tmd จาก Wikimedia Commons สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0

พระยาพิชัยดาบหัก: จากทองดีฟันขาวสู่วีรบุรุษแห่งอุตรดิตถ์

จากลูกชาวนา นักมวย และนักดาบคู่ สู่แม่ทัพคู่พระทัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วีรกรรมดาบหักทำให้ชื่อของท่านอยู่ทั้งในประวัติศาสตร์ ความทรงจำท้องถิ่น และวงการเหรียญที่ระลึก

ที่อุตรดิตถ์ พระยาพิชัยดาบหักมิได้เป็นเพียงแม่ทัพในตำราประวัติศาสตร์ อนุสาวรีย์ ศาล พิพิธภัณฑ์ งานประจำปี และคำเรียกด้วยความเคารพว่า “ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก” ล้วนรักษาความทรงจำร่วมของชุมชนไว้ ความกล้าหาญในเรื่องนี้มิได้อยู่ที่ดาบไม่เคยหัก แต่อยู่ที่เมื่อดาบหักแล้ว ผู้ถือยังไม่ละทิ้งหน้าที่

นักสู้จากบ้านห้วยคา

ชีวประวัติที่แพร่หลายที่สุดระบุว่าท่านเกิดราว พ.ศ. 2284 ในครอบครัวชาวนาที่บ้านห้วยคา เมืองพิชัย เดิมชื่อจ้อย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นทองดี เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวว่าเด็กชายจ้อยเคยเรียนหนังสือที่วัดมหาธาตุ ชอบชกมวยมาตั้งแต่เล็ก เมื่อออกจากบ้านก็เดินทางฝากตัวกับครูมวยหลายสำนัก และไปศึกษาวิชาดาบที่สวรรคโลก เพราะไม่กินหมาก ฟันจึงขาวสะอาด จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “ทองดีฟันขาว” บันทึกงานรำลึกบางแห่งนับปีเกิดและอายุไม่ตรงกันทั้งหมด แต่ต่างก็วางชีวิตของท่านไว้ในช่วงปลายอยุธยาต่อเนื่องถึงกรุงธนบุรี

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในงานมหรสพที่เมืองตาก ทองดีขึ้นชกและชนะนักมวยฝีมือดีติดต่อกัน จนพระยาตาก เจ้าเมืองตากในเวลานั้น ทรงเห็นฝีมือและรับเข้ารับราชการ จากนักมวยและนักดาบ ทองดีก้าวขึ้นเป็นทั้งราชองครักษ์และแม่ทัพหน้า ลำดับบรรดาศักดิ์ที่ปรากฏในประวัติของท่าน ได้แก่ หลวงพิชัยอาสา เจ้าหมื่นไวยวรนาถ และพระยาสีหราชเดโช เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึกใน พ.ศ. 2310 และพระยาตากรวบรวมกำลังจนสถาปนากรุงธนบุรี ทองดีก็ร่วมอยู่ในสงครามสำคัญเหล่านั้น

จากแม่ทัพสู่เจ้าเมืองพิชัย

พ.ศ. 2313 หลังสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบชุมนุมเจ้าพระฝางสำเร็จ ได้มีการปูนบำเหน็จที่เมืองพิษณุโลก ข้อมูลของจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งอ้างพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาระบุว่า พระยาสีหราชเดโชได้รับแต่งตั้งเป็นพระยาพิชัย กลับไปครองเมืองบ้านเกิด ดูแลไพร่พลเก้าพันคน ตำแหน่งเจ้าเมืองพิชัยจึงค่อย ๆ กลายเป็นนามที่คนรุ่นหลังใช้จดจำตัวท่าน

พ.ศ. 2315 ท่านช่วยตีทัพที่เข้ามาทางเมืองลับแลแตกพ่าย ปีถัดมาโปสุพลานำทัพพม่ามาตีเมืองพิชัยอีก ในวันอังคาร เดือนยี่ แรม 7 ค่ำ พ.ศ. 2316 พระยาพิชัยนำกำลังออกไปรบนอกกำแพงบริเวณทุ่งวัดเอกา การรบเป็นตะลุมบอน ท่านถือดาบสองมือ ต่อสู้จนดาบหักไปข้างหนึ่งแต่ยังไม่หยุดรบ และสามารถผลักทัพข้าศึกให้ถอยไปได้ ประวัติท้องถิ่นและงานรำลึกของจังหวัดใช้อภินาม “ดาบหัก” อธิบายวีรกรรมครั้งนี้ เรื่องเล่าภายหลังบางสำนวนกล่าวว่าหักหนึ่งเล่ม บางสำนวนว่าหักทั้งสองเล่ม แต่แก่นของความทรงจำยังเหมือนกัน คืออาวุธอาจหักได้ แต่ใจของนักรบไม่หักตาม

เปลี่ยนแผ่นดินกับความภักดีครั้งสุดท้าย

เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนแผ่นดินใน พ.ศ. 2325 เรื่องเล่าที่สืบมาในข้อมูลวัฒนธรรมท้องถิ่นและชีวประวัติกล่าวว่า พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ทรงประสงค์จะให้พระยาพิชัยรับราชการต่อ แต่ท่านไม่ขอเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย และเลือกตายตามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อมีอายุราวสี่สิบเอ็ดปี ถ้อยคำสนทนานี้มาจากชีวประวัติและความทรงจำภายหลัง มิใช่บันทึกคำพูดร่วมสมัยแบบคำต่อคำ ทว่าได้หล่อหลอมภาพของท่านในอุตรดิตถ์อย่างลึกซึ้ง ความกล้าหาญจึงอยู่คู่กับความกตัญญู การรักษาคำ และความภักดีต่อผู้มีพระคุณ

จากบุคคลในประวัติศาสตร์สู่สัญลักษณ์ของเมือง

อนุสาวรีย์หลักหน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากร เปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ส่วนศาลหน้าวัดมหาธาตุเมืองพิชัย อนุสรณ์สถานบ้านเกิดที่บ้านห้วยคา และลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชคู่พระยาพิชัยที่วัดคุ้งตะเภา ทำให้แต่ละชุมชนมีพื้นที่เล่าเรื่องของท่าน ผู้คนถวายพวงมาลัย อาหาร และบางครั้งแก้บนด้วยการชกมวยหรือรำดาบ การปฏิบัติเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนขุนนางนักรบให้เป็นพระสงฆ์ แต่สะท้อนวิธีที่สังคมท้องถิ่นนำวีรบุรุษผู้ซื่อสัตย์เข้าไปอยู่ในความเคารพบรรพชนและความทรงจำเรื่องผู้คุ้มครองบ้านเมือง

เหรียญที่ระลึกรุ่นแรก พ.ศ. 2513

หนึ่งปีหลังเปิดอนุสาวรีย์หลัก จังหวัดอุตรดิตถ์ได้จัดสร้างเหรียญพระยาพิชัยดาบหักรุ่นแรก พ.ศ. 2513 ข้อมูลในวงการสะสมอธิบายว่าเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ ด้านหน้าใช้ภาพยืนถือดาบสองมือจากอนุสาวรีย์ โดยดาบข้างหนึ่งหัก ด้านล่างมีข้อความ “พระยาพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์” ด้านหลังประกอบด้วยยันต์และอักขระขอมหลายชุด พร้อมวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2513 พบทั้งเนื้อทองคำ เงิน และทองแดง นักสะสมยังแยกแม่พิมพ์ “บ.เต็ม” กับ “บ.ขาด” จากเส้นล่างของตัว บ. ในคำว่า “ดาบ” ว่าครบหรือขาด

พิธีพุทธาภิเษกจัดขึ้นบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ที่อุตรดิตถ์ สมเด็จพระสังฆราชจวนทรงจุดเทียนชัย และมีพระเกจิจากหลายภูมิภาคร่วมพิธี บทความในวงการสะสมยังบันทึกจำนวนสร้าง ตลอดจนการนำแผ่นจารและชนวนวัตถุมงคลเก่ามาหลอมผสม ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจธรรมเนียมการสร้าง แต่เมื่อตรวจเหรียญจริงยังต้องพิจารณาแม่พิมพ์ ตัวหนังสือ ขอบ เนื้อโลหะ ร่องรอยตามธรรมชาติ และที่มาให้ครบ การเรียกเพียง “บ.เต็ม” หรือ “บ.ขาด” ไม่อาจยืนยันส่วนอื่นของเหรียญได้เอง

ดาบหักได้ แต่ใจไม่จำเป็นต้องหัก

เรื่องของพระยาพิชัยดาบหักอยู่ข้ามเวลากว่าสองศตวรรษ มิใช่เพราะฉากรบที่ดุเดือดเพียงครั้งเดียว ชีวิตของท่านเชื่อมมวยไทย วิชาดาบ การทหาร การปกครองเมือง และความภักดีเข้าด้วยกัน จนดาบที่หักกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอุตรดิตถ์ การสะสมเหรียญของท่านจึงมิใช่เพียงการเก็บโลหะหรือมูลค่า แต่ยังเก็บความหมายที่ชุมชนส่งต่อกันมา ฝีมือต้องสร้างด้วยการฝึก หน้าที่ต้องรับไว้ในยามคับขัน และเมื่อได้รับความไว้วางใจก็ควรรู้คุณ ดาบที่หักมีความหมาย เพราะผู้ถือยังยืนหยัดอยู่

อ่านต่อ