← กลับสู่เรื่องเล่ายามค่ำ

TAMRA เรื่องเล่ายามค่ำ · เรื่องแต่งต้นฉบับ

กล่องเหล็กของพ่อ

ในกล่องไม่มีของมีค่า มีเพียงกระดาษจดวันที่ทีละใบ ส่วนใบสุดท้ายลงวันที่ไว้เป็นวันพรุ่งนี้

5 นาทีโดยประมาณ

กล่องเหล็กของพ่อ
ภาพประกอบเรื่อง

เรื่องแต่งต้นฉบับของ TAMRA บุคคล ร้านค้า และเหตุการณ์ในเรื่องเป็นเรื่องสมมติ

เหม่ยนึกว่าอย่างน้อยในกล่องคงมีสมุดบัญชีสักเล่ม

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกลับบ้านเก่าตามลำพังหลังพ่อเสีย บันไดขั้นที่สี่ยังลั่น นาฬิกาในครัวยังช้าเจ็ดนาที เธอเปิดหน้าต่าง ตั้งใจจะเก็บบ้านให้เสร็จก่อนสุดสัปดาห์ พ่อเคยเก็บกล่องขนมเหล็กใบนี้ไว้ใต้เตียง ใครแตะเป็นต้องถามทุกครั้ง

กล่องไม่ได้ล็อก ข้างในไม่มีเงิน ไม่มีพระ มีแต่กระดาษตัดเป็นสี่เหลี่ยมเรียงเป็นปึก แต่ละใบลงวันที่แล้วจดไว้ไม่กี่คำ เปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมก๊อกน้ำ เอาร่มไปด้วย

ใบเก่าที่สุดตรงกับวันที่เธอเรียนจบมัธยม เขียนว่า “รอเหม่ยกลับมากินข้าว” คืนนั้นเธอฉลองกับเพื่อนจนกลับหลังเที่ยงคืน อีกใบตรงกับวันที่เธอย้ายออก เขียนว่า “เปิดไฟบันไดไว้” เธอยิ้ม ก่อนรู้ตัวว่ายืนอยู่ตรงนั้นนานแล้ว

ค่ำลง เธอสั่งอาหารมานั่งกินขณะคัดของใส่กล่อง เสียงลากเก้าอี้ดังจากชั้นบน พ่อเคยลากเก้าอี้ไปนั่งข้างหน้าต่างก่อนนอน เผื่อจะเห็นเธอกลับมา

ในบ้านมีเธอคนเดียว แต่ผนังบ้านข้าง ๆ ก็อยู่ใกล้ อาจเป็นเสียงจากอีกฝั่ง เหม่ยจึงเร่งโทรทัศน์ให้ดังขึ้น

เกือบเที่ยงคืน ไฟตรงชานบันไดกะพริบสองครั้งแล้วดับ เธอใช้โทรศัพท์ส่องขึ้นไป บันไดขั้นที่สี่กลับไม่ลั่น เก้าอี้หันเข้าหน้าต่าง ไม่มีลม ข้างขาเก้าอี้มีหลอดไฟใหม่วางอยู่ แกะกล่องแล้ว ราวกับคนเปลี่ยนถูกเรียกไปเสียก่อน

เหม่ยลงมารื้อกระดาษอีกครั้ง ใบสุดท้ายลงวันที่พรุ่งนี้ “รอเหม่ยกลับบ้าน กินข้าว”

พ่อเสียไปสามสัปดาห์แล้ว

เธอโทรหาคุณอาที่เคยพาพ่อไปหาหมอ อาบอกว่าช่วงท้ายพ่อจำวันสับสน แต่ถามทุกวันว่าถึงวันเสาร์หรือยัง เธอรับปากว่าจะกลับวันเสาร์อยู่หลายครั้ง แล้วก็เลื่อนเพราะงาน อาไม่ได้ตำหนิ เพียงบอกว่า “พ่อเขายังขอไม่ให้อาบอกเลย กลัวหนูเป็นห่วง”

วางสายแล้ว เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นอีก คราวนี้เหม่ยไม่ได้เปิดโทรทัศน์

“หนูกลับมาแล้วนะพ่อ” เธอบอกบันไดที่ว่างเปล่า

บ้านเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนบันไดขั้นที่สี่จะลั่นเบา ๆ เก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะกินข้าวเลื่อนออก หยุดตรงที่พ่อเคยนั่ง เหม่ยยืนนิ่งจนลายไม้พร่าไปด้วยน้ำตา แล้วจึงเข้าครัวซาวข้าว

เธอทำกับข้าวง่าย ๆ สองอย่าง พ่อเคยบ่นว่าเธอทอดไข่สุกเกิน แต่ตัวเองกลับกินขอบเกรียมให้เสมอ เธอพลิกด้านที่ไม่ไหม้ขึ้น จัดชามกับตะเกียบสองชุด

“คราวนี้ไม่เลื่อนแล้ว”

อาหารค่อย ๆ เย็น ไม่มีใครตอบ ไม่มีรอยเท้าเพิ่ม เธอกินเสร็จ ล้างชามอีกชุด แล้วนอนในห้องรับแขก คืนนั้นไม่มีเสียงลากเก้าอี้อีก

ตอนเช้า ไฟชานบันไดติดอยู่ เหม่ยมองอยู่นานก่อนยกบันไดพับมาตรวจ หลอดใหม่อยู่ในโคม หลอดเก่าวางบนโต๊ะข้างกระดาษใบสุดท้าย วันที่ยังเหมือนเดิม แต่คำว่า “รอ” ถูกขีดฆ่าด้วยรอยดินสอที่คุ้นเคย

เหลือเพียง “เหม่ยกลับบ้าน กินข้าว”

เธอจำไม่ได้ว่าตัวเองนำกระดาษมาวางตรงนี้เมื่อคืนหรือเปล่า หรืออาจเป็นน้ำตาที่ทำให้มองไม่เห็นรอยขีดนั้น เธอเก็บมันกลับกล่องโดยไม่หาคำตอบ

เมื่อรถขนของมาถึง เหม่ยให้เอาไปเพียงตู้ที่พัง บ้านยังไม่ต้องเก็บให้ว่าง เธอตอกบันไดขั้นที่สี่ให้แน่น เปิดไฟดวงเล็กบนชานไว้ ส่วนกล่องเหล็กย้ายมาอยู่ข้างโต๊ะกินข้าวในบ้านปัจจุบันของเธอ

ตั้งแต่นั้น ทุกวันเสาร์เธอจะเลิกงานเร็วขึ้น ซื้อผัก กลับมาทำอาหาร ไม่ใช่เพื่อรอเสียงใครกลับมา เพียงไม่อยากผลัดข้าวอีกมื้อไปเป็นคราวหน้าเสมออีกแล้ว