พระญาคูจุณฑ์แห่งอุบลราชธานี
ในบทความของนักสะสมภาษาจีน พระญาคูจุณฑ์มักถูกเรียกว่า “阿贊尊” หรืออาจารย์จุน ผู้อ่านไม่น้อยรู้จักพระขุนแผนพรายกัญญาก่อนจะสนใจผู้สร้าง ข่าวภาษาไทยเชื่อมโยงท่านกับเสนาสนะวัตรป่าเจ้าสัว จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมที่มีบันทึกไม่ได้มีเพียงการสร้างวัตถุมงคล แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนวัดอื่นและการให้ข้อมูลแก่งานวิจัยพระพุทธรูปโบราณด้วย
ประวัติของพระญาคูจุณฑ์ที่มีบันทึกชัดเจนในขณะนี้อยู่ในช่วงการเผยแพร่พระขุนแผนพรายกัญญา การติดต่อกับวัดต่าง ๆ และกิจกรรมสาธารณะ ส่วนชีวิตวัยต้น วันเกิด วันอุปสมบท และรายนามครูผู้สอนโดยตรงอย่างครบถ้วน ยังรอเอกสารจากสำนักหรือผู้เกี่ยวข้อง
ช่วงที่พระขุนแผนพรายกัญญาเป็นที่รู้จัก
ข่าวที่ย้อนถึงวงการพระเครื่องใน พ.ศ. 2557 ระบุว่าพระญาคูจุณฑ์กดพิมพ์พระขุนแผนพรายกัญญาด้วยตนเอง จำนวนที่รายงานคือ 4,700 องค์ ส่วนใหญ่มอบแก่ญาติโยมและนำไปช่วยวัดต่าง ๆ พระรุ่นนี้จึงกระจายจากสำนักไปสู่ผู้ศรัทธาและผ่านการติดต่อระหว่างวัด
บันทึกที่ถ่ายทอดกันระบุพิธีสามวาระใน พ.ศ. 2557 คือวันที่ 30 มีนาคม เวลา 12.39 น. วันที่ 5 เมษายน เวลา 14.49 น. และวันที่ 19 เมษายน เวลา 15.09 น. วันที่และเวลาในข้อมูลไทยกับจีนตรงกัน แต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นวันอาทิตย์ ไม่ใช่วันเสาร์อย่างที่คำอธิบายภาษาจีนบางแห่งระบุ
เรื่องเล่าการรับวิชาและประสบการณ์ผู้บูชา
มีเรื่องเล่าว่าพระญาคูจุณฑ์พบครูผู้ล่วงลับซึ่งในภาษาจีนเรียกว่า “龍婆省偷” ขณะทำสมาธิ และได้รับวิธีทำผงพรายกัญญา ต่อมาท่านทราบเรื่องหญิงชื่อ Nid ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จึงไปขออัฐิจากครอบครัว เมื่อได้รับความยินยอมแล้ว ท่านยังไม่ได้กดพิมพ์ทันที แต่ประกอบพิธีตามวิชาที่ได้รับก่อน เรื่องนี้กล่าวถึงการรับวิชาในสมาธิ
เรื่องการจัดสร้างยังเล่าว่าท่านผสมผงทีละชามแล้วกดด้วยมือทีละองค์ ไม่ได้ใช้เครื่องปั๊มเป็นจำนวนมาก ปริมาณผงแต่ละครั้งต่างกัน ความหนาและลักษณะองค์พระจึงไม่เหมือนกันทั้งหมด คำบอกเล่านี้อธิบายวิธีสร้าง ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินพระรายองค์จากความหนาเพียงอย่างเดียว
เมื่อพูดถึงแม่พิมพ์ พระญาคูจุณฑ์เปรียบแม่พิมพ์กับบิดามารดาที่ให้กำเนิดองค์พระ จึงไม่ต้องการทุบทำลาย ตามคำบอกเล่า ท่านให้เชื่อมแม่พิมพ์ติดกันเพื่อไม่ให้ใช้กดพระได้อีก และกล่าวว่าจะเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัด วิธีนี้จึงเก็บเครื่องมือการสร้างไว้ได้โดยไม่เปิดให้ใช้ผลิตต่อ
เรื่องเล่าของผู้บูชาในช่วงแรกมีหลายแบบ คนหนึ่งเล่าว่าได้ยินเสียงจากกล่องพระระหว่างสวดมนต์และฝันถึงผู้หญิงในคืนนั้น ผู้ค้ารถไถยกความเปลี่ยนแปลงทางการค้าให้เป็นความช่วยเหลือของแม่นิด อีกคนมองว่าการได้รับอนุมัติเงินกู้เป็นการตอบรับคำขอ เรื่องเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าว่าผู้ศรัทธาเข้าใจประสบการณ์ของตนอย่างไร
คำบอกเล่าเรื่องการจัดสร้างยังกล่าวถึงการใช้ตำรับของครูรุ่นก่อน ควบคู่กับเรื่องรับวิชาในสมาธิ การสืบตำรับเช่นนี้ต่างจากการฝากตัวเรียนต่อหน้าครูที่ยังมีชีวิต ความสัมพันธ์กับครูแต่ละท่านจึงมีลักษณะต่างกันตามเรื่องที่ถ่ายทอด
การทำงานร่วมกับวัดอื่น
ข่าว พ.ศ. 2558 เล่าว่าพระครูโอ๋แห่งวัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี ไปขอคำแนะนำจากพระญาคูจุณฑ์ในการสร้างพระขุนพลายแก้ว พระครูโอ๋เป็นศิษย์พ่อครูหนูซึ่งเป็นครูด้านนาฏศิลป์ พระญาคูจุณฑ์แนะนำให้ใช้ผงสายพ่อครูหนูร่วมกับผงเตชะบูชาของท่าน และกำหนดให้เป็นเนื้อสีชมพู พระครูโอ๋จึงดำเนินการตามคำแนะนำนั้น
พระขุนพลายแก้วชุดที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือนี้มีบันทึกพิธีที่วัดแคเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557 พระครูโอ๋ยังนำพระบางส่วนถวายวัดสำปาสิวและอีกวัดหนึ่งซึ่งข่าวเขียนชื่อว่า วัดดงเลสา วัดละ 500 องค์ เพื่อช่วยสร้างวิหารและอุโบสถตามลำดับ เป็นชุดที่พระครูโอ๋ดำเนินการ ไม่ใช่ยอดสร้างใหม่ของพระพรายกัญญา 4,700 องค์เดิม
บันทึกที่เก่ากว่านั้นเชื่อมความร่วมมือกับวัดบางแพรกเข้ากับพระขุนแผนพรายชมจันทร์ใน พ.ศ. 2557 พระอาจารย์ตุ๊กเล็ก เจ้าอาวาส ได้ทำหนังสือถึงพระญาคูจุณฑ์เพื่อขอผง เมื่อได้รับแล้วก็เก็บรักษาไว้จนประกอบพิธีผสมมวลสารและกดพิมพ์นำฤกษ์วันที่ 30 ตุลาคม พระรุ่นนี้มีจุดประสงค์หาทุนบูรณะอุโบสถหลังใหม่ของวัด เป็นอีกบันทึกหนึ่งถึงการมอบมวลสารของพระญาคูจุณฑ์
รายงานอีกชิ้นใน พ.ศ. 2561 เชื่อมเส้นทางมวลสารไปยังวัดบางแพรก จังหวัดนนทบุรี โดยเล่าว่าพระอาจารย์มหาธีร์ได้รับผงพรายกัญญาหนึ่งกระปุก แล้วนำไปผสมกับผงอื่นของวัดสำหรับสร้างพระรุ่นต่อมาเพื่อหาทุนบูรณะ เรื่องนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมพระต่างวัดจึงอาจกล่าวถึงผงพรายกัญญาเหมือนกัน แต่ไม่ควรถูกระบุทั้งหมดว่าเป็นพระชุดเดิมที่พระญาคูจุณฑ์สร้าง
วัดบางแพรกยังมีเรื่องเล่าถึงนางละครในความฝันและพระขุนแผนพรายเสน่ห์จันทร์ ซึ่งเกี่ยวกับการจัดสร้างของวัดในระยะต่อมา เช่นเดียวกับพระขุนพลายแก้วของวัดแค แต่ละชุดมีผู้ดำเนินการและที่มาต่างกัน พระญาคูจุณฑ์เกี่ยวข้องในด้านคำแนะนำหรือมวลสาร ไม่ได้เป็นผู้ประสบความฝันทุกเรื่องที่เล่าประกอบพระเหล่านั้น
ตะกรุดและรูปแบบพระอุปคุต
รายการประมูลเก่าภาษาไทยเก็บคำอธิบายหนังสือพระขุนแผนพรายกัญญาที่จัดคู่กับตะกรุดสามกษัตริย์สาลิกาพญารัดใจไว้ ผู้ลงรายการกล่าวว่าหนังสือและใบรับรองมีเลขตรงกัน พร้อมระบุพิธีวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 นี่เป็นเบาะแสให้ติดตามเอกสารฉบับจริงต่อได้ แต่คำบรรยายประมูลไม่ใช่เนื้อหาหนังสือที่ได้ตรวจอ่านแล้วทั้งเล่ม
คำอธิบายชุดหนังสือแบ่งการจัดสร้างเป็นสามช่วง เริ่มหุงน้ำมันวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557 นำตะกรุดลงหุงในน้ำมันตั้งแต่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558 และประกอบพิธีสุดท้ายวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ระบุจำนวน 2,000 ชุดเท่าหนังสือพิมพ์ครั้งแรก และกล่าวว่าใช้ตำรับญาคูขี้หอม เป็นการอ้างถึงตำรับ ไม่ใช่บันทึกว่าทั้งสองเรียนต่อหน้ากัน
ตะกรุดอีกชุดหนึ่งมีสามดอกต่อชุด มีบันทึกระบุว่าเริ่มสร้าง พ.ศ. 2557 และออกให้บูชา พ.ศ. 2560 ซึ่งต่างจากกำหนดของชุดหนังสือข้างต้น และอาจเป็นคนละวาระ การยืนยันว่าเป็นรุ่นเดียวกันหรือไม่ยังต้องเทียบกล่อง หมายเลข ขนาด และบันทึกการจัดสร้าง
ใน พ.ศ. 2562 มีรายงานถึงวัตถุมงคลพระอุปคุตมัดมารของพระญาคูจุณฑ์ ระบุเจตนานำปัจจัยช่วยศาสนสถานและจำนวนชุดพิเศษตรุษจีน 500 ชุด รูปด้านหน้าเน้นพระอุปคุตปราบมารร่วมกับราหูและนาค ด้านหลังเป็นยันต์โสฬสมหามงคล จึงเห็นได้ว่างานของท่านไม่ได้มีแต่พระขุนแผนพรายกัญญา แต่ยังมีเรื่องเล่าทางพุทธศาสนาอีกกลุ่มหนึ่งเป็นที่มาของรูปแบบด้วย
เบื้องหลังรูปพระอุปคุตมัดมารมีตำนานว่า เมื่อมารก่อกวนงานฉลองพระเจดีย์ พระอุปคุตเนรมิตซากสุนัขแล้วใช้ประคตผูกคล้องคอมาร เมื่อมารขอขมา ท่านเอาซากสุนัขออก แต่ยังผูกมารไว้กับภูเขาจนกว่างานเจ็ดปีเจ็ดเดือนเจ็ดวันจะสิ้นสุด ความทุกข์ทำให้มารหวนระลึกถึงพระพุทธคุณและในที่สุดปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า
งานวิจัยพระพุทธรูปและประวัติที่ยังรอเอกสาร
งานวิจัยการเก็บข้อมูลพระพุทธรูปโบราณแบบสามมิติที่ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2566 กล่าวขอบคุณพระญาคูจุณฑ์สำหรับข้อมูลและคำแนะนำด้านการวิจัย บทบาทนี้เชื่อมท่านกับงานศึกษารักษาศิลปะพุทธล้านช้าง ส่วนการอนุญาตถ่ายภาพและการนำไปเก็บข้อมูลมีผู้ได้รับการขอบคุณรายอื่นร่วมช่วยเหลือ
งานวิจัยนี้เลือกพระพุทธรูปโบราณสององค์มาสร้างแบบจำลองสามมิติจากภาพถ่ายหลายมุม เพื่อเก็บรูปทรงและรายละเอียดพื้นผิว ผู้วิจัยไม่ได้สนใจเพียงการชมความงาม แต่ยังเห็นปัญหาพระพุทธรูปชำรุดและบางองค์สูญหายโดยขาดภาพยืนยัน การบันทึกภาพจึงมีความสำคัญ ข้อมูลและคำแนะนำที่พระญาคูจุณฑ์มอบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์นี้
ตั้งแต่พระขุนแผนพรายกัญญาที่มอบแก่ผู้ศรัทธา ไปจนถึงความร่วมมือกับวัดอื่น การหาทุนศาสนสถาน และงานวิจัยพระพุทธรูป กิจกรรมของพระญาคูจุณฑ์ค่อย ๆ ปรากฏเป็นบันทึกที่ติดตามได้ ส่วนประสบการณ์ปฏิบัติธรรมในวัยต้น ครูผู้สอนโดยตรง ศิษย์อย่างเป็นทางการ และโครงการสาธารณประโยชน์ที่ระบุชื่อ ยังรอข้อมูลจากสำนักและผู้เกี่ยวข้องมาช่วยต่อเติม