กลับไปเกจิ

พ่อท่านแสง ยโสธโร

พ่อท่านแสง ยโสธโร: พระเถระเมืองตรังกับเรื่องเล่าพระเครื่อง พ.ศ. 2506

พ่อท่านแสง ยโสธโร: พระเถระเมืองตรังกับเรื่องเล่าพระเครื่อง พ.ศ. 2506

เมื่อกล่าวถึงพ่อท่านแสง ยโสธโร หรือพระครูโอภาสวุฒิคุณ ชาวตรังจำนวนมากนึกถึงอดีตเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด ส่วนผู้สะสมพระเครื่องอาจนึกต่อไปถึงขุนแผนผงพรายกุมารที่เล่ากันว่าเกี่ยวข้องกับท่านใน พ.ศ. 2506 เรื่องนี้ยังพาเราไปรู้จักวัดควนวิเศษ วัดควนนาแค และพ่อท่านเชือน แต่ก่อนจะไปถึงพระชุดนั้น ควรเริ่มจากชีวิตของพระเถระที่วัดคลองน้ำเจ็ดก่อน

จากบ้านพรุชีสู่วัดคลองน้ำเจ็ด

ประวัติที่เผยแพร่ระบุว่าพ่อท่านแสงเกิดใน พ.ศ. 2429 ที่บ้านพรุชี เขตอำเภอเมืองตรัง บิดาชื่อรอด มารดาชื่อนุ่ม เมื่อยังเด็กบิดาพาไปฝากเรียนที่วัดแจ้ง ต่อมาเมื่ออายุราวสิบหกปี ท่านบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดคลองน้ำเจ็ด จำพรรษาอยู่สองปีแล้วลาสิกขาไปช่วยครอบครัว จนถึง พ.ศ. 2450 จึงอุปสมบทที่วัดคลองน้ำเจ็ด ได้รับฉายาว่า ยโสธโร

หลังอุปสมบท ท่านไปศึกษาพระธรรมวินัยและวิชาตามประเพณีท้องถิ่นกับพระครูวิมลศิละขัน (หนู) ที่วัดแจ้ง ต่อมาได้เรียนกับพระครูบริสุทธิศีลาจารย์ (ลบ) ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดจนพ่อท่านวัน มานะโส และพ่อท่านทุดแห่งวัดคลองน้ำเจ็ด เส้นทางการเรียนรู้ของท่านจึงเชื่อมพระอาจารย์หลายรูปในเมืองตรังเข้าด้วยกัน

เจ้าอาวาสผู้เป็นที่พึ่งของชุมชน

หลังพ่อท่านทุดมรณภาพ พ่อท่านแสงรับหน้าที่เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด หนังสือประวัติวัดระบุว่าท่านดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ต่อมาท่านได้รับหน้าที่ทางคณะสงฆ์ในท้องถิ่น และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโอภาสวุฒิคุณใน พ.ศ. 2498 เรื่องเล่าชีวประวัติกล่าวถึงความเมตตาที่ท่านมีต่อผู้มาปรึกษา รวมทั้งความเสมอภาคในการดูแลพระภิกษุสามเณรภายในวัด

ภาพหนึ่งที่คนตรังจดจำคือบรรดาศิษย์และชาวบ้านนำแผ่นทองคำเปลวมาปิดที่ตัวท่านเพื่อแก้บน เรื่องเล่านี้สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างพ่อท่านแสงกับผู้คนรอบวัด เทศบาลนครตรังยังกล่าวถึงท่านในฐานะอดีตพระเกจิของวัดคลองน้ำเจ็ด และระบุว่าทางวัดจัดมณฑปประดิษฐานรูปเหมือนของท่านไว้ด้านหน้า

ในปีที่ท่านได้รับสมณศักดิ์ ศิษย์ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึก พ.ศ. 2498 พระชุดนี้เป็นอีกจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับผู้ที่ศึกษาวัตถุมงคลของพ่อท่านแสง และควรแยกจากเรื่องพระผงใน พ.ศ. 2506

เรื่องเล่าผงพรายกุมาร พ.ศ. 2506

ในวงการพระเครื่องภาคใต้มีเรื่องเล่าที่เชื่อมพ่อท่านแสงกับขุนแผนผงพรายกุมาร พ.ศ. 2506 เรื่องเล่ากล่าวถึงการเตรียมผง การสร้าง และการปลุกเสก โดยมีพ่อท่านเชือนแห่งวัดควนนาแคเข้ามาเกี่ยวข้องกับพิธีตามตำรับ ความฝันและนิมิตที่ปรากฏในเรื่องเล่าจึงสืบต่อมาพร้อมชื่อของพระอาจารย์ทั้งสองรูป

เรื่องที่เล่ากันอย่างแพร่หลายเริ่มจากนิมิตของพ่อท่านแสงว่า อีกเจ็ดวันจะพบร่างเด็กผู้ล่วงลับตรงรากไทรริมน้ำหลังวัด เรื่องเล่าดำเนินต่อว่าครบกำหนดแล้วพบจริง ท่านจึงให้พ่อท่านเชือนทำพิธีตามตำรับและจัดเตรียมผงที่ภายหลังเรียกว่าผงพรายกุมาร นิมิตและการทำพิธีนี้เป็นเหตุให้ชื่อพระอาจารย์ทั้งสองรูปเดินคู่กันอยู่ในความทรงจำของนักสะสมสายใต้

บทความภาษาไทยเล่าต่อว่ามวลสารยังมีดินจากเจ็ดป่าช้า ว่านยา และผงตามตำรับหลายชนิด การเตรียมการเริ่มใน พ.ศ. 2505 ก่อนกดพิมพ์พระในปีถัดมา พิมพ์พระและสีของเนื้อแต่ละองค์จึงเป็นรายละเอียดที่นักสะสมชอบพิจารณา

สถานที่สร้างเป็นรายละเอียดที่สำคัญ บทความภาษาไทยที่เล่าถึงขุนแผนชุดนี้ระบุว่าสร้างที่วัดควนวิเศษ จังหวัดตรัง และเข้าพิธีพุทธาภิเษกวันที่ 26–28 มีนาคม พ.ศ. 2506 โดยมีพ่อท่านแสงอยู่ในรายนามพระเถระที่ร่วมพิธี รายชื่อยังมีอาจารย์ทิม วัดช้างให้ พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา อาจารย์คง วัดบ้านสวน และหลวงปู่นาค วัดระฆัง เรื่องพระผงชุดนี้จึงเชื่อมพระอาจารย์ภาคใต้กับพระอาจารย์จากกรุงเทพฯ ไว้ในคราวเดียว

ขณะที่วัดควนนาแคสัมพันธ์กับพ่อท่านเชือนและพระขุนแผนรุ่นแรกที่จัดประเภทไว้ในนามวัดนั้น รายการประกวดพระเครื่องก็แยกพระวัดควนวิเศษ พ.ศ. 2506 ออกจากพระรุ่นแรกของวัดควนนาแค แม้เรื่องเล่าจะเชื่อมโยงกัน ชื่อวัดและรุ่นพระจึงไม่ควรถูกนำมารวมเป็นชุดเดียวทั้งหมด และพ่อท่านแสงยังคงเป็นเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด มิใช่เจ้าอาวาสวัดควนนาแค

ในวงการสะสมพระเครื่องฮ่องกงยังมีเรื่องเล่าชาวบ้านผู้แขวนขุนแผนชุดนี้เป็นประจำ แล้วมีผู้คนเข้ามาทำความรู้จัก โดยเฉพาะเรื่องเสน่ห์และความสัมพันธ์ เรื่องเล่าปากต่อปากนี้เป็นอีกสีสันหนึ่งที่ทำให้พระชุดดังกล่าวถูกพูดถึงนอกเหนือจากมวลสารและพิธีปลุกเสก

ตามรอยพระอาจารย์และท้องถิ่น

ผู้ที่สนใจพ่อท่านแสงอาจเริ่มจากเหรียญที่ระลึก พ.ศ. 2498 หรือเริ่มจากเรื่องขุนแผนผงพรายกุมาร พ.ศ. 2506 เส้นทางแรกพาไปสู่ชีวิตเจ้าอาวาสและความผูกพันของศิษย์กับครู ส่วนอีกเส้นทางพาไปรู้จักพ่อท่านเชือน วัดควนวิเศษ วัดควนนาแค และพิธีกรรมในเมืองตรัง การดูชื่อวัด พิมพ์ เนื้อ และปีที่ระบุบนพระแต่ละองค์ จะช่วยให้เข้าใจประวัติของสิ่งนั้นได้ลึกกว่าการจดจำชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว

พ่อท่านแสงมรณภาพวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2527 สิริอายุประมาณเก้าสิบแปดปี แม้ชีวิตในสมณเพศของท่านผูกอยู่กับวัดคลองน้ำเจ็ด ชื่อของท่านยังปรากฏอยู่ในความทรงจำของชาวตรังและเรื่องเล่าพระเครื่องที่เชื่อมวัดหลายแห่งมาจนถึงวันนี้

แหล่งข้อมูล

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน