กลับไปเกจิ

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้ายกับชุมชนเมืองนคร

พ่อท่านคล้ายกับชุมชนเมืองนคร

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เป็นพระเถระที่ชาวใต้เคารพในวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ นักสะสมภาษาจีนใช้ชื่อ 婆譚凱 และ 婆坦該 ท่านครองวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราชมายาวนาน ชื่อวัดนี้พบเขียนเป็นภาษาจีนว่า 瓦算坎寺 ด้วย และช่วงบั้นปลายชีวิตท่านยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัดธาตุน้อย ในความทรงจำของชุมชน ท่านเป็นผู้รวบรวมแรงคนและปัจจัยมาสร้างทาง สะพาน และสนับสนุนการศึกษา

นามเดิมของท่านคือคล้าย สีนิล บิดาชื่ออินทร์ มารดาพบทั้งรูปเขียนเนี้ยวและเหนี่ยว มีพี่สาวชื่อเพ็ง ท่านเรียนหนังสือไทยและขอมจากบิดา เรียนคำนวณกับครูขำ และเคยฝึกหนังตะลุงกับทองสาก วันเดือนปีเกิดยังมีหลายสำนวน ทั้ง พ.ศ. 2417 และ 2419 รวมทั้งวันและเดือนที่ต่างกัน จึงยังไม่ลงตัวกับอายุ 96 ปีที่กล่าวถึงกัน

นางเพ็งแต่งงานกับนายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ทั้งคู่ไม่มีบุตรโดยกำเนิด แต่รับนายครื้นเป็นบุตรบุญธรรม ช่วงวัยเด็กพ่อท่านคล้ายเคยไปอยู่กับพี่เขยที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ช่วยถางป่าและทำไร่

อุบัติเหตุที่เท้าซ้ายเปลี่ยนวิถีชีวิตของท่าน เรื่องเล่าของครอบครัวและท้องถิ่นกล่าวว่า ท่านถูกต้นไม้ล้มทับขณะช่วยถางป่า ต่อมาต้องสูญเสียเท้าซ้ายบางส่วนและใช้ปลอกไม้ไผ่ช่วยเดิน ประวัติยังเล่าถึงการจัดการบาดแผลด้วยตนเองและใช้สมุนไพร เรื่องส่วนนี้ไม่ใช่วิธีรักษาที่ควรทำตาม

อาจารย์ดำ ธาตุน้อย ผู้เป็นเครือญาติ เล่าว่าท่านจะให้ศิษย์หาไม้ไผ่ที่ลำหันไปทางตะวันออก แล้วนำมาทำเป็นปลอกเท้าสำหรับสวมใช้ในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง

การบวชและการแสวงหาความรู้

ประวัติช่วงเป็นสามเณรมีสองสาย สายหนึ่งระบุวัดวังม่วงและอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ อีกสายหนึ่งกล่าวว่าท่านบรรพชาที่วัดจันดีใน พ.ศ. 2438 โดยมีพระอธิการจันเป็นอาจารย์ ลำดับระหว่างสองเรื่องยังไม่ชัดเจน ส่วนการอุปสมบท ณ อุทกสีมาวัดวังม่วงมีข้อมูลตรงกันมากกว่า โดยฉบับที่แพร่หลายระบุ พ.ศ. 2439

คำบอกเล่าของครอบครัวกล่าวว่าท่านท่องพระปาฏิโมกข์ได้แม่นยำ เรื่องเล่าภาษาจีนเพิ่มว่าท่านใช้เวลาเก้าเดือนท่องจนจำได้ เพื่อผ่านการทดสอบก่อนอุปสมบท ประวัติภาษาไทยที่อ่านพบเรื่องการท่องได้คล่องเช่นกัน ส่วนระยะเวลาเก้าเดือนและเงื่อนไขการทดสอบยังต้องเทียบหลักฐานเพิ่มเติม

พระครูกราย คงคสุวณฺโณ วัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์ สังข์ สิริรัตตโน วัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และทอง ปทุมสุวัณโณ วัดวังม่วง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ส่วนล้อม ถิรโชโตให้สรณคมน์และศีลก่อนพิธี ท่านได้รับฉายาว่าจนฺทสุวณฺโณ ซึ่งยังพบรูปสะกดต่างกันในประวัติ

เส้นทางการศึกษาของท่านไม่ได้มีเฉพาะเรื่องเครื่องรางหรืออาคม ลำดับประวัติท้องถิ่นระบุว่า พ.ศ. 2441 เรียนบาลีกับพระครูกาแก้ว หรือศรี ที่วัดหน้าพระธาตุ พ.ศ. 2443 เรียนกรรมฐานกับอาจารย์หนู วัดสามพัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2445 กลับไปศึกษากับพระครูกราย และ พ.ศ. 2447 ไปวัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา วัดแห่งหลังไม่ใช่วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาทของหลวงปู่ศุข แม้ชื่อใกล้เคียงกัน

ท่านยังแบกกลดธุดงค์ไปตามป่าเขาและถ้ำเพื่อเจริญภาวนา พร้อมเผยแผ่ธรรมระหว่างทาง ประวัติกล่าวถึงการเดินทางถึงชายแดนใต้และมาเลเซีย โดยเคยพำนักที่วัดพุทธาธิวาส อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ตำแหน่งเจ้าอาวาสและพระเจดีย์

ประวัติให้ปีเริ่มครองวัดสวนขันต่างกัน ทั้ง พ.ศ. 2445 และ 2448 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2566 ยังแสดงภาพตราตั้งซึ่งผู้วิจัยอ่านว่าออกวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2472 ความสัมพันธ์ระหว่างการเริ่มช่วยงานวัดกับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการยังไม่ชัดเจน วันที่เหล่านี้จึงรอการตรวจเทียบเอกสารต้นฉบับของวัด

การพัฒนาวัดธาตุน้อยเกี่ยวข้องกับถนนในท้องถิ่น ประวัติเล่าว่าถนนตัดผ่านวัดจันดีจนพื้นที่แยกเป็นสองส่วน ชาวบ้านจึงร่วมพัฒนาที่อีกด้านเป็นวัดราว พ.ศ. 2500 พระเจดีย์สีขาวที่สร้างต่อมาอาศัยรูปแบบพระบรมธาตุเมืองนคร และเป็นที่ประดิษฐานสรีระพ่อท่านคล้าย ภายในวัดยังมีงานก่อสร้างที่คนรุ่นหลังดำเนินต่อหลังท่านมรณภาพ

สิ่งพิมพ์ของกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรมเรียกพระเจดีย์วัดธาตุน้อยว่าเป็นงานก่อสร้างชิ้นสุดท้ายของพ่อท่านคล้าย ข้อความนี้บอกเพียงตำแหน่งของพระเจดีย์ในแนวงานก่อสร้างของท่าน มิได้ระบุลำดับการก่อสร้างทั้งหมด ผู้ร่วมงาน งบประมาณ หรือวันแล้วเสร็จ

ราชทินนามพระครูพิศิษฐ์อรรถการปรากฏในประวัติการรับสมณศักดิ์ พ.ศ. 2492 และมีการกล่าวถึงการเลื่อนชั้นใน พ.ศ. 2500 อีกหลายฉบับให้ปีต่างกัน และบางลำดับมีปีที่ไม่สอดคล้องกัน รายละเอียดจึงยังต้องตรวจเทียบเอกสารทางการ

ถนน สะพาน และโรงเรียน

งานสาธารณะของท่านมีทั้งถนนจากตลาดจันดีไปวัดสวนขัน และสะพานข้ามคลองจันดี แม่น้ำตาปี และคลองเสลา ทางกับสะพานเหล่านี้เชื่อมหมู่บ้าน วัด และตลาด ช่วยให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกขึ้น จำนวนงานรวมที่บันทึกไว้ยังต่างกัน และรายการบางแห่งมีชื่อซ้ำ

การศึกษาเป็นอีกงานที่ท่านสนับสนุนต่อเนื่อง บทสัมภาษณ์ในงานวิจัยระบุโรงเรียนวัดควน โรงเรียนวัดสวนขัน โรงเรียนวัดมะนาวหวาน และโรงเรียนพิศิษฐ์อนุสรณ์ระดับมัธยม ตลอดจนการเรียนและสอบนักธรรมในวัด การพัฒนาสถานศึกษาเหล่านี้สัมพันธ์กับการอุปถัมภ์ของท่าน ส่วนหน้าที่ในการริเริ่ม ระดมทุนและบริหารแต่ละแห่งยังต้องเติมจากประวัติโรงเรียน

ชาวบ้านเล่าว่าวัดสวนขันมีโรงทานให้คนมาพึ่งพา ทั้งในยามสงครามและความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนช่วงเข้าพรรษามีพระภิกษุและสามเณรราว 70–100 รูปมาจำพรรษา ศึกษาและปฏิบัติใกล้ชิดพ่อท่านคล้าย

ประวัติท้องถิ่นยังกล่าวถึงงานซ่อมวัด สร้างพระพุทธรูป เจดีย์ บ่อน้ำและสระน้ำ นอกจากวัดสวนขันกับวัดธาตุน้อยแล้ว ยังมีวัดมะปรางงามและวัดโบราณารามที่เกี่ยวข้องกับงานของท่าน ชาวบ้านร่วมแรงทำงานโดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ทั้งการถวายปัจจัยและลงแรงจึงเป็นส่วนหนึ่งของงานชุมชน

ผู้มาศึกษาและเรื่องระหว่างครูกับศิษย์

ผู้มาศึกษารูปหนึ่งคือพ่อท่านชื่น อินทปัญโญ ซึ่งต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดในปราบ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเรียกว่า 龍婆川 ในภาษาจีน ประวัติของท่านเล่าว่าบิดาพามาฝากกับพ่อท่านคล้ายตั้งแต่ยังหนุ่ม ให้เรียนการทำนาย ขับไล่ภูตผีและแก้คุณไสย

ประวัติพ่อท่านชื่นเก็บเรื่องรับวิชาตอนหนึ่งไว้ว่า ขณะยังหนุ่มและซักสบงให้ครู พ่อท่านคล้ายสรงน้ำแล้วใช้มือรองน้ำที่ไหลลงมา ส่งให้เขาดื่ม ก่อนเริ่มถ่ายทอดวิชา เรื่องนี้เป็นคำเล่าเกี่ยวกับพิธีรับวิชา ไม่ควรดื่มตาม และไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนได้รับวิชาทั้งหมดของครู

คำสัมภาษณ์เครือญาติยังกล่าวว่าหลวงปู่หมุน วัดบ้านจานเคยมาศึกษา ส่วนเรื่องเดินทางกลางฝนระบุหลวงพ่อเริ่ม เจ้าอาวาสวัดใต้ว่าเป็นศิษย์ ช่วงเวลาและวิชาที่แต่ละรูปเรียนยังไม่มีรายละเอียดครบในคำเล่าเหล่านี้

ฝนและนกในเรื่องเล่าวาจาสิทธิ์

เรื่องเล่าวาจาสิทธิ์อีกสามเรื่องกล่าวว่า ท่านเตือนคนลักขโมยให้ขอแทนการลัก แล้วชายคนนั้นก็ขอทานตลอดชีวิต คราวสร้างศาลาและสะพานขาดทราย ท่านบอกว่าทรายจะมาเอง คืนนั้นพายุฝนก็นำทรายมา ส่วนหมู่บ้านบนเขาที่ขาดน้ำ เมื่อขุดบ่อตามจุดที่ท่านชี้ก็พบน้ำตามคำบอก

มีเรื่องเล่าว่าครูช้องกับคณะพาพ่อท่านคล้ายไปงานกฐินวัดมะปรางงาม ขากลับในช่วงบ่ายทุกคนช่วยกันหามเก้าอี้ที่ท่านนั่ง เมื่อฟ้ามืดครึ้ม คณะคิดจะหาที่หลบฝน แต่ท่านให้เดินต่อ ฝนตกไล่หลังมาโดยไม่ถึงคณะ กระทั่งทุกคนเข้าครัววัดใต้ ฝนจึงเทลงตรงนั้นอย่างหนัก

งานสร้างศาลามีเรื่องแคล้วคลาดเล่าไว้เช่นกัน ขณะที่คนงานช่วยกันยกเสาไม้ใหญ่ เชือกพยุงขาดและเสาล้มลง แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เมื่อเห็นพ่อท่านคล้ายยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า คนในเหตุการณ์จึงเชื่อว่าได้รับการคุ้มครองจากบารมีของท่าน

กระจ่าง ธราพร เล่าเรื่องใบไม้กลายเป็นนกว่า ระหว่างกวาดบริเวณวัด พ่อท่านคล้ายเรียกให้ไปเก็บใบมะขามมา ท่านบริกรรมแล้วโปรยใบออกไป ตามคำเล่านั้น ใบมะขามกลับกลายเป็นนกกระยางบินขึ้นทั่วบริเวณวัด

เรื่องบูรณะวัดโบราณารามถ่ายทอดโดยคุณจักร คนในพื้นที่ ว่าพ่อท่านคล้ายฝันถึงพ่อท่านเจ้าฟ้ามาขอให้ซ่อมวัดร้าง เมื่อตื่นจึงตามหาและพบเจดีย์เก่าสององค์ ท่านสร้างรูปของพระเถระรุ่นก่อนแล้วเริ่มบูรณะ ตามเรื่องเล่า เมื่อทำสำเร็จ ชาวบ้านก็ยิ่งเชื่อในวาจาสิทธิ์ของท่าน

อีกเรื่องกล่าวถึงการอัญเชิญพระอุเชนทร์กลับมาทางเรือ พ่อท่านคล้ายกับชาวบ้านเดินทางไปกลางฝน เทียนที่จุดไว้ไม่ดับจนสารวัตรเสนอุ้มเทวรูปขึ้น ขากลับลมฝนรุนแรงแต่ตามเรือมาไม่ถึง เมื่อถึงวัดสวนขัน ชาวบ้านจัดขบวนรับและร่วมสมโภช

วัตถุมงคลกับการอุปถัมภ์วัด

พ.ศ. 2498 วัดสวนขันสร้างเหรียญรูปเหมือนเนื้อทองแดงเพื่อสนับสนุนศาลาอเนกประสงค์ ต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะเหรียญรุ่นแรก หรือพิมพ์สองขอบ ข้อมูลนักสะสมแยกสภาพแม่พิมพ์บริเวณไฝมุมปากเป็นไฝแตกและไฝไม่แตก ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ใช้กันตามลักษณะของแต่ละพิมพ์

ผู้ศรัทธายังเก็บภาพถ่าย ผ้ายันต์ และชานหมาก ขณะที่วัดหรือศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่อ ๆ มาเพื่อระดมทุน ของที่ปลุกเสกขณะท่านยังมีชีวิตกับรุ่นอนุสรณ์ภายหลังมีผู้ริเริ่มและประวัติการสร้างต่างกัน วัตถุที่ใช้รูปท่านหลังมรณภาพจึงต่างจากสิ่งที่ท่านอธิษฐานจิตด้วยตนเอง

วาระสุดท้ายและงานที่สืบต่อมา

ช่วงปลายชีวิตพ่อท่านคล้ายอาพาธและไปรักษาที่กรุงเทพฯ ก่อนมรณภาพวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เวลา 23.05 น. ตามที่บันทึกไว้ งานวิจัยให้วันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นวันออกเดินทางไปรักษา แต่อีกฉบับระบุเป็นวันมรณภาพ ส่วนอายุ 96 ปีที่กล่าวถึงกันยังมีข้อแตกต่างเรื่องปีเกิดประกอบอยู่

ผู้ศรัทธายังคงไปกราบสรีระในโลงแก้วภายในพระเจดีย์วัดธาตุน้อย พ.ศ. 2563 วัดสวนขันประกาศโครงการวัตถุมงคลเพื่อบูรณะวัด ซื้อเครื่องมือให้โรงพยาบาลที่ใช้ชื่อท่าน และมอบทุนแก่นักเรียนโรงเรียนวัดสวนขัน เป็นโครงการรุ่นหลังที่สืบงานช่วยเหลือชุมชน วัตถุประสงค์เหล่านี้มาจากประกาศ ไม่ใช่รายงานการใช้จ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลยังรอตรวจสอบ

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน