กลับไปเกจิ

พ่อท่านคล้อย อโนโม

พ่อท่านคล้อยกับสายสำนักเขาอ้อ

พ่อท่านคล้อยกับสายสำนักเขาอ้อ

หลวงพ่อคล้อย อโนโม หรือพ่อท่านคล้อย เป็นพระเถระแห่งวัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง ในวงการพระเครื่องภาษาจีนเรียกท่านว่า 龍婆蓋 หรือ 龙婆盖 ท่านสืบทั้งการศึกษาพระธรรมและวิชาพิธีกรรมของสายเขาอ้อ ควบคู่กับงานสอนและงานคณะสงฆ์ในท้องถิ่น นักสะสมจำนวนหนึ่งรู้จักท่านผ่านหุ่นพยนต์และพระปิดตา ขณะที่ผู้มาวัดได้พบพระอาจารย์ผู้สอนหนังสือ ต้อนรับญาติโยม และดูแลกิจการของวัด

ท่านมีนามเดิมว่า คล้อย ทองโอ่ บิดาชื่อแสง มารดาชื่อเอียด ประวัติระบุวันเกิดเป็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472 ที่ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง วัยเด็กเรียนที่โรงเรียนวัดไทรงาม ตำบลนางตุง จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ บางสำนวนระบุว่าเกิดวันอาทิตย์ด้วย แต่การลงปีแบบเก่าและข้อมูลอายุยังมีข้อที่ต้องตรวจสอบ จึงยังไม่อาจยืนยันปีเกิดที่เทียบเป็นคริสต์ศักราชได้

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 ท่านบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดดอนศาลา โดยมีพระอาจารย์เอียดเป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นอุปสมบทที่วัดควนปันตารามเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2493 มีพระครูรัตนาภิรัต หรืออาจารย์เน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาเจิม ฐิตเปโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูกาชาด หรืออาจารย์บุญทอง แห่งวัดดอนศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ จากชีวิตสามเณร ท่านจึงก้าวเข้าสู่การครองสมณเพศเป็นพระภิกษุ

จากการเรียนพระธรรมสู่การสืบวิชาเขาอ้อ

หลังอุปสมบท ท่านกลับไปเรียนที่วัดดอนศาลา ศึกษานักธรรมตามลำดับจนสอบได้นักธรรมเอกใน พ.ศ. 2497 ต่อมาทำหน้าที่สอนพระธรรมทั้งที่วัดดอนศาลาและวัดภูเขาทอง นำความรู้ที่สั่งสมมาสู่ผู้เรียนรุ่นหลัง นักธรรมเอกเป็นคุณวุฒิในระบบการศึกษาคณะสงฆ์ มิใช่ปริญญามหาวิทยาลัย

พระอาจารย์เอียดเป็นครูผู้ถ่ายทอดวิชาให้ท่านโดยตรง ประวัติภาษาไทยยังเรียกท่านว่าเป็นหลานของพระอาจารย์เอียด ส่วนบทความจีนบางแห่งกล่าวว่าเป็นลุงกับหลานชาย รายละเอียดเครือญาติยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ตำราและวิชาที่รับผ่านครูเชื่อมไปถึงหลวงพ่อทองเฒ่าและพระอาจารย์ปาน ปาลธัมโมแห่งเขาอ้อ จึงเป็นสายการถ่ายทอดผ่านพระอาจารย์เอียด มิใช่บันทึกว่าท่านไปเรียนกับบูรพาจารย์ทุกรูปด้วยตนเอง

วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2504 พระอาจารย์พรหม ขนฺติโก แห่งวัดบ้านสวนอุปสมบท โดยมีพ่อท่านคล้อยเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อคงแห่งวัดบ้านสวนเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อคงยังเป็นครูสำคัญของพระอาจารย์พรหมด้วย ส่วนความเกี่ยวข้องกับพ่อท่านคล้อยที่บันทึกไว้ คือบทบาทในพิธีอุปสมบทครั้งนี้

ฐานข้อมูลท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์บันทึกความเกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่งว่า วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 พ่อท่านห้อง ธมฺมวโร อุปสมบทที่วัดเขาอ้อ โดยมีพ่อท่านคล้อยเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาพ่อท่านห้องได้รับหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อใน พ.ศ. 2549 จึงเป็นพระรุ่นหลังอีกรูปที่มีบันทึกความสัมพันธ์ด้านการอุปสมบทกับท่าน

พระอาจารย์พล เตชพโล แห่งวัดเขาห้วยแห้ง จังหวัดตรัง เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่มีประวัติว่าเคยขอเรียนวิชาสายเขาอ้อจากพ่อท่านคล้อย ก่อนหน้านั้นท่านเรียนกับพระอาจารย์หยี ซึ่งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ในการอุปสมบทของท่านด้วย ส่วนพ่อท่านคล้อยปรากฏในประวัติตอนนี้ในฐานะครูผู้สอนวิชา

งานเจ้าอาวาสและการศึกษาของชุมชน

ตามประวัติ พ่อท่านคล้อยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสใน พ.ศ. 2501 เป็นเจ้าคณะตำบลมะกอกเหนือใน พ.ศ. 2518 และได้รับสมณศักดิ์พระครูพิพิธวรกิจใน พ.ศ. 2522 ต่อมาเป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุนใน พ.ศ. 2542 และได้รับเลื่อนชั้นใน พ.ศ. 2546 ภาระของท่านจึงค่อย ๆ ขยายจากกิจการภายในวัดไปสู่งานคณะสงฆ์ในท้องถิ่น

รายนามพระเกจิอาจารย์ภาคใต้ของกระทรวงการต่างประเทศยังระบุชื่อ “พ่อท่านคล้อย พระครูพิพิธวรกิจ” คู่กับวัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง จึงเก็บรักษาการปรากฏชื่อท่านพร้อมสมณศักดิ์และสังกัดวัดไว้ในบัญชีราชการ

ความเกี่ยวข้องระหว่างวัดภูเขาทองกับการศึกษาเริ่มขึ้นก่อนที่ท่านจะเป็นเจ้าอาวาส งานวิจัยท้องถิ่นเล่าว่า พระธรรมวโรม หรือเซ่ง อุตตโม กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมและเห็นเด็กเดินทางไปเรียนลำบาก จึงจัดให้มีโรงเรียนใน พ.ศ. 2472 ต่อมาเมื่อขาดครูจึงสร้างวัดใน พ.ศ. 2473 เพื่อช่วยดูแลการศึกษา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 พ่อท่านคล้อยในฐานะเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอได้ให้สัมภาษณ์ผู้วิจัยเกี่ยวกับประวัติท้องถิ่นนี้ ผู้ริเริ่มโรงเรียนคือพระธรรมวโรม ส่วนพ่อท่านคล้อยรับงานสอนและอุปถัมภ์ในยุคต่อมา

ในช่วงที่ท่านดูแลวัด มีงานก่อสร้างและบูรณะศาลาการเปรียญ กุฏิ เมรุ กำแพง หอระฆัง และอุโบสถ ประวัติระบุว่าเริ่มสร้างอุโบสถใน พ.ศ. 2522 ขณะที่ข้อความบอกบุญในระยะหลังยังกล่าวถึงส่วนที่ไม่เสร็จและงานซ่อมแซม เมื่ออาคารถูกใช้งานต่อเนื่องมาหลายปี งานดูแลรักษาก็ดำเนินต่อไป สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จึงไม่ได้เสร็จพร้อมกันทั้งหมดในปีเดียว

การบอกบุญรุ่นมั่งมีศรีสุขใน พ.ศ. 2556 ระบุเป้าหมายเป็นหอระฆังและมณฑปประดิษฐานรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง กำหนดปลุกเสกที่อุโบสถวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 13.09 น. โดยพ่อท่านคล้อยจุดเทียนชัย พร้อมพระสายเขาอ้อเก้ารูป อีกข้อความกล่าวถึงการวางศิลาฤกษ์วันที่ 1 ตุลาคม แต่ตัวเลขปีขาด จึงยังระบุปีแน่นอนไม่ได้

ไม้กวาด เรื่องเล่า และผู้มาเยือน

ในบั้นปลาย หากไม่มีภารกิจนอกวัด พ่อท่านคล้อยมักลงมือกวาดใบไม้หน้ากุฏิด้วยตนเอง ผู้มาเยือนจดจำภาพพระเถระรูปร่างเล็กถือไม้กวาดดูแลบริเวณวัดได้ ท่านบอกว่า เมื่อวัดสะอาดเป็นระเบียบ คนที่เข้ามาก็สบายใจ และการกวาดลานยังช่วยให้ได้ออกกำลังกายด้วย

ท่านต้อนรับญาติโยมโดยไม่แบ่งฐานะ ชอบเล่าเรื่องเก่าสลับข้อธรรม ก่อนผู้มาเยือนจะกลับก็มักให้ผู้ปรนนิบัติหยิบวัตถุมงคลมาแจก แล้วหยอกให้เก็บไว้ดี ๆ อย่าให้ใครหลอกเอาไป จนทั้งผู้ให้และผู้รับหัวเราะร่วมกัน คำสอนที่ท่านย้ำเสมอคือให้มีสติก่อนทำ พูด คิด และรู้ตัวในขณะที่กำลังกระทำ พร้อมมีเมตตาต่อสรรพสัตว์

วัตถุมงคลและเรื่องเล่าตาปะขาว

วัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับท่านมีทั้งพระปิดตาจันทร์เพ็ญ พ.ศ. 2535 พระกริ่ง พระผงกลีบบัว พระสังกัจจายน์ ตะกรุด และหุ่นพยนต์ ในข้อมูลการสะสมยังมีเหรียญ พ.ศ. 2543 ที่เรียกว่ารุ่นแรก ซึ่งเป็นชื่อเรียกของชุดเหรียญนั้น ก่อนหน้านั้นมีวัตถุมงคลประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องกับท่านแล้ว ประวัติยังกล่าวถึงท่านในฐานะพระผู้ร่วมปลุกเสกจตุคามรามเทพยุคแรกเมื่อ พ.ศ. 2530

บัญชีวัตถุมงคลแยกรุ่นจันทร์เพ็ญเนื้อนวโลหะเป็นพิมพ์พุงยุบ พุงลุย ชะลูด กลีบบัว และพระบัวเข็ม อีกทั้งระบุพระกริ่งพิพิธ รุ่นมหาเวทย์ มหามงคลเนื้อมหาว่านขาวและดำ ปิดตามหายันต์ หุ่นพยนต์ตาปะขาว ตลอดจนตะกรุดมหาอุด กระสุนคต และมหาเมตตา ชื่อเนื้อกับพิมพ์เหล่านี้ยังต้องเทียบกับข้อมูลการออกแต่ละรุ่น

ในการสร้างวัตถุมงคล บทเรียบเรียงสายครูเล่าว่าพ่อท่านคล้อยยึดตำราเก่าของเขาอ้อ และให้พระร่วมสายสำนักประกอบพิธีปลุกเสก ท่านระลึกถึงคำเตือนของพระอาจารย์เอียดว่า การสร้างอย่างเดียวไม่พอ ต้องตั้งใจทำให้ดีด้วย ตามคำสอนที่เล่าต่อกันมานี้ หากผู้บูชานำไปใช้แล้วไม่ได้ผล ผู้สร้างจะเป็นฝ่ายได้รับบาป

หุ่นพยนต์ของท่านใช้รูปตาปะขาว ซึ่งคำบอกเล่าเกี่ยวกับการจัดสร้างเชื่อมไว้กับวิชาเก่าของเขาอ้อ และการบอกบุญสร้างศาลาการเปรียญที่ยังไม่เสร็จ ในความเชื่อนี้ รูปนุ่งแดงสื่อถึงอำนาจข่มภัยและคุ้มครอง ส่วนรูปนุ่งขาวสื่อถึงเมตตา การทำมาหากิน และการรักษาผลประโยชน์ เป็นความหมายทางศรัทธาที่ผูกกับรูปแบบ มิใช่การรับประกันความปลอดภัยหรือรายได้ และสีเครื่องแต่งกายเพียงอย่างเดียวก็ใช้ยืนยันอายุ ความแท้ หรือที่มาของพิธีไม่ได้

มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านเข้าไปหาดินสำหรับสร้างพระในถ้ำ ระหว่างนั่งสมาธิได้พบผู้เฒ่าผมขาวนุ่งแดง ซึ่งอาสาช่วยคุ้มครองผู้คน อีกเรื่องหนึ่งกล่าวถึงผู้บูชาที่พาครอบครัวไปเที่ยวหนึ่งสัปดาห์ เมื่อกลับมา เพื่อนบ้านบอกว่าเห็นเงาคนเคลื่อนไหวในบ้าน แต่เมื่อตรวจดูกลับไม่พบใครและไม่มีของหาย เขาจึงไปถามพ่อท่าน ซึ่งอธิบายว่าเป็นหุ่นพยนต์ นอกจากนี้ยังมีผู้บูชาเล่าว่าสวมติดตัวแล้วหลับยาก แต่เมื่อถอดวางไว้ข้างกายก็หลับได้

เรื่องเล่าในถ้ำยังกล่าวว่า ชายชราค่อย ๆ ปรากฏจากควันขาว และบอกว่าดูแลภูเขาที่เขาอ้อกับวัดภูเขาทองมานาน พ่อท่านคล้อยจึงขอเรียนวิชาช่วยเหลือผู้คน ชายชราตอบถึงวิชาคุ้มครองสรรพชีวิต เรื่องนี้จึงเชื่อมกับการสร้างหุ่นพยนต์ในรูปตาปะขาวภายหลัง

บันทึกพิธีหมื่นยันต์เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555 กล่าวถึงพ่อท่านคล้อยในฐานะผู้จุดเทียนชัย พร้อมพระสายเขาอ้อหลายรูปร่วมพิธี รวมถึงพระอาจารย์แผ้วแห่งวัดภูเขาทอง งานร่วมกันเช่นนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับพระต่างวัด โดยผู้ร่วมพิธีกับศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงเป็นความสัมพันธ์คนละแบบ

เหรียญมหายันต์รุ่นมงคลจักรวาลมีบันทึกพิธีสองวาระ คือวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555 ที่อุโบสถวัดภูเขาทอง และวันที่ 9 ตุลาคมที่ถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์เป็นเจ้าพิธีฝ่ายฆราวาส โดยมุ่งนำปัจจัยซ่อมแซมวัด บันทึกนี้ช่วยเติมลำดับพิธี แต่วันปลุกเสกตรงกันเพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะรวมวัตถุมงคลต่างชื่อเป็นรุ่นเดียวกัน

มรณภาพและความทรงจำที่สืบต่อมา

ประวัติที่เล่าต่อกันมาระบุว่าพ่อท่านคล้อยมรณภาพที่กุฏิภายในวัด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16.19 น. สิริอายุที่ระบุไว้คือ 85 ปี ซึ่งยังต้องเทียบกับหลักฐานวันเกิด ส่วนคำบรรยายว่าท่านมีอายุ 84 ปีในบทความบางแห่ง เป็นข้อความจากช่วงก่อนมรณภาพ ไม่ได้หมายความว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ในวันที่นำข้อความนั้นมาเผยแพร่ภายหลัง

เรื่องราวของพ่อท่านคล้อยยังอยู่ในความทรงจำของผู้มาเรียน ในงานสอนและสิ่งก่อสร้างของวัด ตลอดจนบทสนทนาและเสียงหัวเราะที่ผู้มาเยือนจดจำได้ หลายคนเริ่มรู้จักท่านผ่านวัตถุมงคล แล้วจึงได้รู้จักพระเถระผู้ทำงานสอน ดูแลงานคณะสงฆ์ และลงมือกวาดลานวัดด้วยตนเอง ส่วนเรื่องเล่าหุ่นพยนต์ก็ยังถ่ายทอดกันในหมู่ผู้ศรัทธา

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน