กลับไปเกจิ

หลวงปู่ทิม อิสริโก

หลวงปู่ทิม อิสริโก ประวัติ ครูอาจารย์ และศิษย์

หลวงปู่ทิม อิสริโก ประวัติ ครูอาจารย์ และศิษย์

พระครูภาวนาภิรัต หรือหลวงปู่ทิม อิสริโก เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 ที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร ตำบลละหาร และมรณภาพวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 สิริอายุ 96 ปี 69 พรรษา ชื่อที่ใช้ในตลาดภาษาจีน เช่น “側頭添” เป็นเพียงชื่อช่วยจำแนกในวงการสะสม มิใช่นามทางการหรือสมณศักดิ์ของท่าน

ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองละลอกระบุว่า โยมบิดาชื่อแจ้ โยมมารดาชื่ออินทร์ เมื่ออายุ 17 ปี บิดานำไปฝากกับท่านพ่อสิงห์เพื่อเรียนหนังสืออยู่ประมาณหนึ่งปี ก่อนกลับมาช่วยงานครอบครัว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยองระบุว่า ท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2449 ณ พัทธสีมาวัดละหารไร่ มีพระครูขาว วัดทับมา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระอาจารย์เกตุเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “อิสริโก” ขณะอุปสมบทท่านมีอายุประมาณ 27 ปี อย่างไรก็ดี หน้าบุคคลสำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสลับหน้าที่ของพระอาจารย์สิงห์กับพระอาจารย์เกตุ จึงยังต้องตรวจสมุดอุปสมบทเพื่อยืนยันหน้าที่ของพระคู่สวดทั้งสองรูป

ประวัติท้องถิ่นเล่าว่า หลังอุปสมบทและจำพรรษาแรกแล้ว ท่านขออนุญาตออกธุดงค์ไปหลายจังหวัดประมาณสามปี ระหว่างนั้นศึกษากับทั้งพระภิกษุและฆราวาส และค้นคว้าตำราที่สืบเนื่องจากหลวงปู่สังข์เฒ่า ซึ่งบางประวัติระบุว่าเป็นปู่ของท่าน แต่ข่าวราชการใช้เพียงคำว่า “หลาน” จึงยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นญาติทางใด

เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวถึงอาคมของหลวงปู่สังข์แห่งวัดเก๋งจีน ผู้ทิ้งตำราไว้ให้คนรุ่นหลัง ว่ากันว่าแม้แต่น้ำลายที่ท่านถ่มลงพื้นก็ทำให้พื้นแตกได้ เรื่องนี้เล่าถึงหลวงปู่สังข์ ส่วนหลวงปู่ทิมเป็นผู้ศึกษาตำราที่ท่านฝากไว้

เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ท่านมีบทบาทด้านกิจการวัดและชุมชนอย่างต่อเนื่อง แหล่งท้องถิ่นบันทึกการซ่อมกุฏิและสิ่งปลูกสร้าง การสร้างพระอุโบสถซึ่งใช้เวลาราวหนึ่งปีเศษ การสร้างโรงเรียนประชาบาลด้วยความร่วมมือจากอำเภอและจังหวัดจนเปิดเรียนได้ภายในประมาณแปดเดือน ตลอดจนการชักชวนชาวบ้านสร้างสะพานข้ามคลองหลายแห่ง

ประวัติที่โรงเรียนวัดละหารไร่บันทึกไว้ระบุวันเปิดเรียนครั้งแรกเป็นวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2478 หลวงปู่ทิมมอบศาลาการเปรียญหนึ่งหลังให้ใช้เรียนหนังสือ นายเขียน น้อยสุวรรณ ปลัดอำเภอ และนายเขียว โสภณ ศึกษาธิการอำเภอบ้านค่าย เป็นผู้เปิดดำเนินการ โดยมีนายเสียน จันทนี เป็นครูใหญ่คนแรกและครูเพียงคนเดียว ขณะที่ประวัติอีกสำนวนระบุปีเปิดสอนเป็น พ.ศ. 2483 ต่างจากวันที่โรงเรียนบันทึกไว้ ส่วนระยะเวลาก่อสร้างแปดเดือนในประวัตินั้นกล่าวถึงอาคารเรียนที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นภายหลัง

ลำดับสมณศักดิ์มีหลายชุดข้อมูล ประวัติขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองละลอกระบุว่า พ.ศ. 2478 ท่านเป็นพระครูชั้นประทวน พ.ศ. 2497 เป็นพระครูสัญญาบัตร และวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507 ได้รับราชทินนามพระครูภาวนาภิรัต ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองแยกเป็น พ.ศ. 2478 ชั้นประทวน พ.ศ. 2479 พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี และ พ.ศ. 2507 เลื่อนเป็นชั้นโท ทั้งปีและขั้นสมณศักดิ์ยังต่างกัน จึงยังรอตรวจตราตั้งเพื่อยืนยันลำดับ

ประวัติท้องถิ่นบรรยายว่าหลวงปู่ทิมไม่ยินดีในลาภยศและไม่ประชาสัมพันธ์เมื่อได้รับแต่งตั้ง ศิษย์เล่าว่าท่านฉันอาหารมื้อเดียว เน้นผักและถั่ว ไม่ฉันเนื้อสัตว์หรือแม้แต่น้ำปลา และรักษากิจวัตรจนถึงวัยชรา โดยประวัติระบุว่าปฏิบัติเรื่องอาหารเช่นนี้ราวห้าสิบปี ประวัติยังเล่าว่า ท่านฉันราว 7 โมงเช้า และฉันน้ำชาเวลา 4 โมงเย็น หากเลยเวลาก็ไม่ฉัน แม้แต่น้ำชา

ใน พ.ศ. 2507 ศิษย์จัดงานฉลองสมณศักดิ์หลวงปู่ทิม พร้อมรวบรวมปัจจัยสร้างกุฏิและซ่อมแซมสิ่งชำรุดในวัด ประวัติท้องถิ่นเล่าว่า ศิษย์ขออนุญาตสร้างเหรียญรูปเหมือนของท่าน เพื่อมอบแก่ญาติโยมและผู้ร่วมบริจาค เป็นที่ระลึกถึงการทำบุญในงานครั้งนั้น

ในวงการพระเครื่อง ชื่อหลวงปู่ทิมสัมพันธ์กับพระขุนแผนผงพรายกุมาร พระกริ่งชินบัญชร เหรียญเจริญพร ตะกรุด และผ้ายันต์ ชื่อเหล่านี้เป็นคำค้นและหมวดสะสมที่มีอยู่จริง แต่ภายในชื่อเดียวกันอาจมีหลายปี หลายพิมพ์ หลายเนื้อ รุ่นที่วัดจัดสร้าง รุ่นที่ศิษย์ขออนุญาต รุ่นอนุสรณ์ภายหลัง และของเลียนแบบ การมีชื่อหลวงปู่ทิมบนกล่องหรือบัตรจึงไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเป็นงานในชีวิตของท่าน

เรื่องผงพรายกุมารมีรายละเอียดเกี่ยวกับมวลสาร ผู้ช่วยสร้าง และจำนวนที่แตกต่างกันตามหนังสือและคำบอกเล่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องประสบการณ์ด้านคุ้มครอง แคล้วคลาด เมตตา และโชคลาภ สะท้อนความศรัทธาและความหวังที่ผู้บูชามีต่อหลวงปู่ทิม

ประวัติท้องถิ่นบันทึกว่า ในช่วงปลายชีวิตหลวงปู่ทิมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน ก่อนกลับวัด โดยระบุว่าท่านมรณภาพบริเวณหน้าหอสวดมนต์ เวลาประมาณ 23.00 น.

หลวงปู่ทิมมรณภาพอย่างสงบที่วัดละหารไร่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ต่อมางานรำลึกประจำปียังคงมีคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่จังหวัด และศิษยานุศิษย์มาร่วมกันระลึกถึงคำสอนและวัตรปฏิบัติของท่าน

ครูฆราวาสกับศิษย์ผู้ช่วยงานวัด

ประวัติที่เรียบเรียงภายหลังระบุครูฆราวาสสามคน ได้แก่ โยมรอด โยมเริ่ม และโยมสาย พร้อมกล่าวถึงการจำพรรษาที่วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี ชื่อที่เรียกกันทั้งสามนี้จึงเป็นร่องรอยของการศึกษากับครูฆราวาสในชีวิตของท่าน

ประวัติเดียวกันกล่าวถึงสาย แก้วสว่าง ในฐานะไวยาวัจกรและศิษย์ใกล้ชิดผู้ช่วยจัดงานฉลองสมณศักดิ์และเหรียญเพื่อหารายได้บำรุงวัด ชื่อ “สาย” ที่เหมือนกันยังไม่พอจะสรุปว่าเป็นคนเดียวกับครูฆราวาสข้างต้น

หลวงพ่อสาครและหลวงปู่สิน

หลวงพ่อสาคร มนุญฺโญ ซึ่งนักสะสมชาวจีนเรียกว่า 龍婆沙礦 เป็นศิษย์ที่มีข่าวภาษาไทยระบุไว้ รายงานเมื่อ พ.ศ. 2553 กล่าวถึงพระปิดตาของท่านที่ปรับจากแบบหลวงปู่ทิมเพื่อสมทบทุนสร้างซุ้มประตูและกำแพงวัดหนองกรับ นี่เป็นผลงานภายหลังของหลวงพ่อสาคร ไม่ใช่รุ่นที่หลวงปู่ทิมสร้างในสมัยมีชีวิต

หลวงปู่สิน ภทฺทาจาโร หรือ 龍婆醒 ก็ปรากฏในเรื่องสายครู บทสัมภาษณ์ภาษาไทย พ.ศ. 2558 เรียกท่านว่าผู้สืบทอดพุทธาคมหลวงปู่ทิม และเล่าว่าท่านไปกราบและรับใช้อยู่เสมอเพราะวัดอยู่ใกล้กัน วัดละหารใหญ่ของหลวงปู่สินกับวัดละหารไร่ของหลวงปู่ทิมเป็นคนละวัด ไม่ควรใช้ชื่อสลับกัน

เรื่องการเรียนวิชาของหลวงปู่สินเล่าว่า หลังฉันเพล หลวงปู่ทิมจะสอนคาถาทีละบท ให้ศิษย์ท่องจนจำได้ขึ้นใจก่อนจึงเพิ่มเติมบทต่อไป หลวงปู่สินค่อย ๆ ศึกษาตามลำดับเช่นนี้เป็นเวลาแปดปี

ข้อมูลภาษาจีนระบุทั้งหลวงพ่อสาครและหลวงปู่สินเช่นกัน แต่คำยกย่องว่าเป็นผู้รับถ่ายทอดแต่เพียงผู้เดียวหรือลำดับศิษย์คนที่หกไม่ได้สอดคล้องกันทุกแห่ง การมีบันทึกว่าเป็นศิษย์จึงยังไม่เท่ากับมีทำเนียบศิษย์ครบถ้วนหรือจัดลำดับสืบทอดได้แน่นอน

เรื่องเรียกปลาในความทรงจำของศิษย์

เรื่องหนึ่งที่อ้างคำรำลึกของหลวงพ่อสาครเล่าว่า หลวงปู่ทิมใช้นิ้วกวนน้ำ แล้วฝูงปลาก็มารวมกัน เมื่อหลวงพ่อสาครขอเรียนวิชานี้ในภายหลัง ท่านกลับไม่ถ่ายทอด เพราะเกรงว่าจะมีผู้นำไปใช้ผิดทาง

เรื่องเรียกปลาอีกสำนวนหนึ่งวางเหตุการณ์ไว้ในแม่น้ำใกล้หอฉันเก่า เล่าว่าหลวงปู่ทิมลงน้ำเรียกปลา และกำหนดว่าผู้เรียนต้องหมดความโลภ สำนวนนี้ต่างจากคำรำลึกที่ให้ท่านใช้นิ้วกวนน้ำ แต่เล่าถึงความอัศจรรย์และการขอเรียนวิชาเช่นกัน

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน