กลับไปเกจิ

หลวงปู่ทวด/สมเด็จเจ้าพะโคะ

หลวงปู่ทวด ตำนานชีวิต ครูบาอาจารย์ และศรัทธาภาคใต้

หลวงปู่ทวด ตำนานชีวิต ครูบาอาจารย์ และศรัทธาภาคใต้

หลวงปู่ทวดเป็นที่รู้จักในหลายชื่อ ทั้งหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด สมเด็จเจ้าพะโคะ เจ้าสามีราม และท่านลังกา เรื่องราวของท่านสืบต่อกันในหลายพื้นที่ของภาคใต้ แต่ละถิ่นมีรายละเอียดต่างกัน ประวัติตามประเพณีระบุว่าท่านเกิดราว พ.ศ. 2125 หรือ ค.ศ. 1582 ในสมัยอยุธยา และถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่าท้องถิ่น ความทรงจำของวัด และชีวประวัติที่เรียบเรียงภายหลัง

ประวัติหลวงปู่ทวดได้รับการเรียบเรียงและเผยแพร่หลายครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 งานวิจัยสืบเนื้อหาบางส่วนถึงบทร้อยกรองหรือประวัติที่เผยแพร่ราว พ.ศ. 2500 และหนังสือที่พิมพ์ใน พ.ศ. 2504 ต่อมาวัด หนังสือพิมพ์ หนังสือพระ และคำบอกเล่าได้รักษาและถ่ายทอดเรื่องเหล่านี้ต่อ จนเกิดเป็นสำนวนที่รู้จักกันในปัจจุบัน

ตามตำนาน ท่านเกิดในพื้นที่สทิงพระ จังหวัดสงขลา แหล่งท้องถิ่นที่ตรวจสอบครั้งนี้ระบุบ้านเลียบหรือบ้านสวนจันทร์ เรื่องวัยเด็กกล่าวถึงงูคายดวงแก้วไว้ใกล้เปล และเมื่ออายุราวเจ็ดขวบ บิดามารดานำไปฝากเรียนภาษาไทย อักษรขอม และมูลบทกับพระญาติที่วัดกุฏิหลวงหรือวัดดีหลวง ต่อมาเมื่ออายุประมาณสิบห้าปีจึงบรรพชาเป็นสามเณร

ตำนานดวงแก้วยังเล่าถึงฐานะครอบครัวด้วย สำนวนของสำนักพิมพ์เลี่ยงเชียงระบุว่าบิดาชื่อหู มารดาชื่อจันทร์ ทำงานใช้หนี้เศรษฐีปาน และเด็กมีชื่อว่าปู เมื่อเศรษฐีนำดวงแก้วที่งูทิ้งไว้ไปครอบครอง ครอบครัวกลับเจ็บป่วยและเสียทรัพย์ จึงคืนดวงแก้วและยกหนี้ให้พ่อแม่เด็ก

ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้ระบุชื่อครูไว้ ได้แก่ สมภารจวงในช่วงเรียนหนังสือและบรรพชา ต่อมาคือสมเด็จพระชินเสนแห่งวัดสีหยัง และสมเด็จพระมหาปิยะทัสสี เจ้าอาวาสวัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช ส่วนตอนอุปสมบทระบุพระครูกาเดิม

ตำนานเล่าว่าท่านไปศึกษาที่นครศรีธรรมราช และอุปสมบทโดยนำเรือสี่ลำมาเทียบเป็นแพในคลองที่ต่อมาเรียกว่าคลองท่าแพ ได้รับนามว่าสามีราโม จากนั้นโดยสารเรือสำเภาขึ้นไปกรุงศรีอยุธยา เมื่อเรือขาดน้ำดื่ม ท่านใช้เท้าแตะน้ำทะเลแล้วบริเวณหนึ่งกลับกลายเป็นน้ำจืดให้ลูกเรือตักใช้ จึงเป็นที่มาของนามหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เรื่องนี้ยังปรากฏในงานศิลป์และวัตถุมงคลภายหลัง

เรื่องยังเล่าว่า หลังพายุสงบและน้ำดื่มหมด นายเรือกลับโทษพระหนุ่มที่ร่วมเดินทาง แล้วให้ลงเรือเล็กจากไป เมื่อลูกเรือลองดื่มน้ำข้างเท้าท่านและพบว่าเป็นน้ำจืด จึงนิมนต์กลับขึ้นเรือใหญ่ ตักน้ำเติมไว้ใช้ และขอขมา เหตุการณ์ช่วงนี้พบทั้งในสำนวนท้องถิ่นภาษาไทยและคำเล่าในวงการภาษาจีน

ตำนานการเรียงอักษรธรรมที่กรุงศรีอยุธยา

เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยา ตำนานกล่าวถึงการศึกษาพระอภิธรรมและภาษาบาลี การแก้ปริศนาอักษรธรรมจากคณะทูตต่างแดน การได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย และการช่วยบ้านเมืองในยามโรคระบาด บางสำนวนวางเหตุการณ์ไว้ในรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ พร้อมรายละเอียดอักษรที่ซ่อนไว้และการพระราชทานสมณศักดิ์

เรื่องเล่าว่า ทูตจากลังกาเจ็ดคนนำแผ่นทองจารอักษรพระธรรมที่สลับกันมาให้เรียงภายในเจ็ดวัน หลวงปู่ทวดพบว่าแต่ละชุดขาดอักษรหนึ่งตัว เมื่อทูตนำแผ่นที่ซ่อนไว้ในมวยผมออกมาคืน ท่านจึงเรียงได้ครบ ตอนท้ายเรื่องกล่าวว่าท่านไม่รับรางวัล แต่ถวายเครื่องบรรณาการคืนแด่พระมหากษัตริย์

การกลับภาคใต้และบูรณะวัดพะโคะ

เรื่องเล่าพาท่านกลับภาคใต้ บูรณะวัดพะโคะ จังหวัดสงขลา และเผยแผ่ธรรมจนเป็นที่เคารพในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ อีกสายหนึ่งเชื่อมท่านกับวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี และเมืองไทรบุรีหรือรัฐเคดาห์ในปัจจุบัน เรื่องตำแหน่งเจ้าอาวาส เส้นทางเดินทาง และสถานที่มรณภาพมีรายละเอียดต่างกันตามท้องถิ่น ตำนานวัดช้างให้เล่าว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสยุคแรก เดินทางระหว่างไทรบุรีกับวัด และสั่งศิษย์ให้นำสรีระกลับมาฌาปนกิจที่วัดช้างให้

ประวัติวัดพะโคะยังปรากฏในเอกสารท้องถิ่น นิทรรศการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวถึงพระตำรา หนังสือบุด และหนังสือเพลาที่ครอบครัวในพื้นที่เก็บรักษาไว้ เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการพระราชทานที่ดินและผู้คนเพื่อบำรุงวัด รวมถึงบทบาทของสมเด็จเจ้าพะโคะในชีวิตทางศาสนาและชุมชน

นิทรรศการเชื่อมการบูรณะวัดพะโคะกับการฟื้นตัวหลังชุมชนชายฝั่งถูกปล้น โดยกล่าวถึงวัดในเครือราวหกสิบสามแห่ง และที่ดินกับผู้คนที่ได้รับกัลปนาเพื่อทำไร่นาและอุปัฏฐากพระสงฆ์ ปีบูรณะมีหลายสำนวน ส่วนงานที่กล่าวถึงครอบคลุมทั้งวัดและการฟื้นฟูชุมชนโดยรอบ

การกัลปนาไม่ได้หมายถึงถวายเงินเพียงครั้งเดียว แต่รวมสิทธิในที่นาและผู้คนที่จัดไว้เพื่อเพาะปลูกและอุปัฏฐากวัด โดยบันทึกสิทธิไว้ในเอกสารท้องถิ่น นิทรรศการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อธิบายว่าเครือข่ายนี้ทอดจากหัวเขาแดงบริเวณปากทะเลสาบสงขลาไปถึงเขาพังไกร จึงเชื่อมชีวิตวัดเข้ากับการทำกินและการเลี้ยงดูพระสงฆ์

ดอกไม้ทิพย์กับเรื่องเล่าการจากวัด

เรื่องการจากวัดพะโคะมีตำนานสามเณรบุญรอดตามหาผู้มีบุญ สามเณรได้รับดอกไม้ทิพย์ซึ่งผู้ที่ตามหาเท่านั้นจะรู้จัก เมื่อหลวงปู่ทวดเรียกชื่อดอกไม้ได้ สามเณรจึงรู้ว่าพบแล้ว งานวิจัยภาษาไทยบันทึกต่อว่าทั้งสองเข้าฌาน กลายเป็นดวงไฟใหญ่และเล็ก แล้วหายไปทางใต้

อีกสำนวนที่แพร่ในภาษาจีนเล่าว่า สามเณรถือดอกไม้รออยู่หน้าพระอุโบสถในคืนวันเพ็ญ แต่พระที่ผ่านไปไม่มีรูปใดสนใจดอกไม้ในมือสามเณร เมื่อหลวงปู่ทวดจำได้จึงพาเข้ากุฏิ แล้วไม่มีใครเห็นทั้งสองอีก คืนนั้นมีแสงดวงเดียววนรอบวัดสามรอบก่อนลอยไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ต่างจากสำนวนดวงไฟสองดวงข้างต้น

วัดช้างให้และสถานที่ระลึกตามทางอัญเชิญสรีระ

ส่วนตำนานสร้างวัดช้างให้เริ่มจากช้างเลือกสถานที่ สำนวนที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่เล่าว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ปล่อยช้างเพื่อหาที่สร้างเมือง ช้างหยุดและร้องในป่า แต่คนในครอบครัวไม่ประสงค์จะตั้งเมืองตรงนั้น จึงสร้างวัดแทนและนิมนต์ท่านลังกาเป็นเจ้าอาวาส โดยเชื่อมท่านเข้ากับหลวงปู่ทวด

ตำนานการอัญเชิญสรีระกลับเล่าสืบกันตามเส้นทางคาบสมุทรไทย–มลายู เมื่อขบวนพักสรีระ ณ จุดใด ศิษย์จะปักไม้เป็นเครื่องหมาย ต่อมาบางแห่งกลายเป็นสถูปหรือสถานที่สักการะ อัฐิส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่วัดช้างให้ ขณะที่อีกกระแสเชื่อมโยงกับวัดในเคดาห์ เรื่องนี้จึงเชื่อมสถานที่ระลึกถึงท่านในสงขลา นครศรีธรรมราช ปัตตานี และเคดาห์

งานวิจัยสมัยใหม่ยังศึกษาการแพร่ศรัทธาสู่ชุมชนชาวจีนในมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ผ่านหนังสือแปลภาษาไทย จีน และอังกฤษ การเดินทางของพระสงฆ์และผู้ศรัทธา ตลอดจนการหมุนเวียนของวัตถุมงคล ในชุมชนเหล่านี้ หลวงปู่ทวดอาจได้รับการเข้าใจทั้งในฐานะพระเถระเถรวาทและบุคคลศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครอง

พระเครื่องหลวงปู่ทวดที่นักสะสมรู้จักเป็นรูปแทนที่จัดสร้างภายหลัง รุ่นสำคัญของวัดช้างให้คือพระเนื้อว่าน พ.ศ. 2497 จัดสร้างในสมัยพระครูวิสัยโสภณ หรือพระอาจารย์ทิม เจ้าอาวาสวัดช้างให้ เชื่อมโยงกับการสร้างวัด การระดมทุน และกิจกรรมศรัทธาที่ทำให้รูปหลวงปู่ทวดแพร่หลาย พระรุ่นนี้จึงเป็นงานในยุคอาจารย์ทิม ห่างจากช่วงชีวิตตามตำนานของหลวงปู่ทวดหลายร้อยปี

หลัง พ.ศ. 2497 วัดช้างให้และวัดอื่นจัดสร้างทั้งพระเนื้อว่าน เหรียญ รูปหล่อ และรุ่นอนุสรณ์ ต่างปี ต่างเนื้อ ต่างแม่พิมพ์ และต่างพิธี คำว่า “รุ่นแรก” “พิมพ์เดียวกัน” “ผสมมวลสารเก่า” หรือ “อาจารย์ทิมปลุกเสก” จึงมีความหมายต่างกัน การจำแนกแต่ละรุ่นยังอาศัยข้อมูลผู้ริเริ่ม วัตถุประสงค์ ผู้สร้าง จำนวน พิธี และประวัติการครอบครอง

ช่วงชีวิตตามตำนานของหลวงปู่ทวดอยู่ก่อนการถ่ายภาพหลายร้อยปี รูปหล่อ จิตรกรรม ประติมากรรม และภาพบูชาที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นภาพแทนที่สร้างภายหลัง ไม่ใช่ภาพถ่ายในช่วงที่ท่านมีชีวิต

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน