กลับไปเกจิ

หลวงปู่ทิม วัดพระขาว

หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต แห่งวัดพระขาว

หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต แห่งวัดพระขาว

ลูกชาวนากับการบวชสองครั้ง

วัดพระขาว อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต ดูแลมาเป็นเวลานาน ในวงการพระเครื่องภาษาจีนยังมีผู้เรียกท่านว่า 龍婆添 หรือ 肥添 ท่านไม่ใช่หลวงปู่ทิมแห่งวัดละหารไร่ จังหวัดระยอง และไม่ใช่พระอาจารย์ทิมแห่งวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ชื่อวัดและฉายาจึงช่วยให้ติดตามชีวิตของพระเถระได้ถูกองค์ ก่อนเป็นที่เคารพในด้านเมตตา ท่านเคยผ่านทั้งชีวิตชาวนา ทหาร และผู้มีครอบครัว

ประวัติภาษาไทยระบุว่าท่านมีนามเดิมว่า ทิม ชุ่มโชคดี เกิดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2456 เป็นบุตรคนที่ห้าจากพี่น้องหกคนของนายพร้อมและนางกิ่ม ท่านเรียนที่วัดพิกุลจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ แล้วกลับไปช่วยงานนา วัดจึงไม่ได้เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเมื่อท่านมีชื่อเสียง แต่เป็นทั้งสถานที่เรียนรู้และส่วนหนึ่งของชุมชนที่ท่านเติบโตมา

หลังเข้ารับราชการทหารใน พ.ศ. 2477 เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีกับสามเดือน ท่านอุปสมบทครั้งแรกที่วัดพิกุลในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2478 ประวัติระบุหลวงปู่ปุ้ย วัดขวิด เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงลุงหลิ่ม วัดโพธิ์กบเจา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการหลิ่ว วัดพิกุล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านอยู่หนึ่งพรรษาแล้วลาสิกขาไปช่วยครอบครัว ต่อมามีบุตรสี่คน การบวชครั้งนี้ต้องแยกจากการอุปสมบทอีกครั้งใน พ.ศ. 2491

สงครามทำให้ท่านต้องจากท้องนาอีกครั้ง ประวัติเล่าว่าท่านถูกระดมพลไปยังสมรภูมิในกัมพูชาเมื่อ พ.ศ. 2484 และกลับเข้ารับราชการอีกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาเมื่อเกิดโรคระบาด ท่านล้มป่วยและอธิษฐานต่อพระรัตนตรัย ขอให้มีโอกาสปฏิบัติและช่วยสืบพระศาสนาต่อไป เมื่อหายป่วยก็รักษาอุโบสถอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจที่จะบวชจึงหนักแน่นขึ้น เรื่องเล่ามองการฟื้นตัวครั้งนี้ว่าเป็นความอัศจรรย์ทางศรัทธา ไม่ใช่ตำรับสำหรับรักษาโรค

วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2491 ท่านอุปสมบทอีกครั้งที่วัดพิกุล มีพระครูอุดมสมาจารย์ หรือหลวงพ่อสังข์ วัดน้ำเต้า เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า อตฺตสนฺโต คราวนี้ท่านทุ่มเทให้พระธรรมวินัยและการภาวนา ไม่ได้มุ่งเพียงบวชตามประเพณีช่วงสั้น ๆ การตัดสินใจครั้งนั้นนำไปสู่ชีวิตที่มีทั้งการปลีกวิเวกและภาระดูแลวัดในเวลาต่อมา

การพิจารณาความตายและชีวิตในป่า

ระหว่างอยู่ที่วัดพิกุล ชาวบ้านนำศพสองศพมาฝากไว้ ประวัติเล่าว่าท่านจุดเทียนข้างโลง พิจารณาความเสื่อมสลายของร่างกาย และเผชิญความกลัวตายของตนเอง อีกตอนหนึ่งกล่าวถึงการไปพักที่วัดน้ำเต้าประมาณหนึ่งเดือน เพื่อสนทนาเรื่องการปฏิบัติกับหลวงพ่อสังข์และรับคำแนะนำ หลวงพ่อสังข์จึงมีบทบาททั้งพระอุปัชฌาย์และครูผู้ให้แนวทางภาวนา

ใน พ.ศ. 2492 ท่านมาอยู่ที่วัดพระขาว ซึ่งเวลานั้นต่างจากหมู่เสนาสนะที่เป็นระเบียบในภายหลังมาก รอบวัดมีป่ารก กุฏิเก่าและหลังคาชำรุด ท่านเลือกพักในกุฏิเล็กที่สงัด ช่วงชีวิตนี้ช่วยให้เห็นว่า ก่อนจะเป็นเจ้าอาวาสผู้ดูแลงานก่อสร้าง ท่านเคยเป็นพระที่แสวงหาความเงียบเพื่อปฏิบัติในสถานที่เรียบง่าย

เรื่องเล่าที่ถ่ายทอดเป็นภาษาจีนกล่าวถึงนิมิตระหว่างการภาวนาของท่าน คืนหนึ่งท่านฝันพบผู้ปฏิบัติแต่งชุดขาว แนะนำให้ใช้ความตายเป็นอารมณ์กรรมฐาน ต่อมามีผู้นำศพคนถูกยิงมาฝังใกล้ที่พัก ท่านกังวลว่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องจึงออกจากที่นั้นชั่วคราว

เรื่องเล่าภาษาจีนยังกล่าวถึงเหตุการณ์ในป่าอีกสองครั้ง ระหว่างภาวนาตอนดึก ท่านได้ยินเสียงดังคล้ายมีคนเคาะผนังหลายครั้ง แต่ยังคงปฏิบัติต่อไป อีกครั้งหนึ่ง ตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ที่กำลังหนีผู้คนมาถึงตรงหน้าท่าน เล่ากันว่าเมื่อท่านแผ่เมตตา มันก็หยุดและเลียเท้าท่านก่อนจะจากไป

ต่อมาชาวบ้านวัดสีคต หรือวัดสันติการาม ซึ่งขาดเจ้าอาวาส พากันมานิมนต์ท่าน ประวัติภาษาไทยเล่าว่าท่านปฏิเสธในตอนแรก จนหลวงพ่อสังข์ช่วยกล่าวขอจึงยอมรับ หลังดูแลวัดนั้นสามพรรษาท่านกลับวัดพระขาว อย่างไรก็ตาม ปีที่รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระขาวมีทั้ง พ.ศ. 2498 และ 2504 ในแหล่งต่าง ๆ จึงยังต้องตรวจเอกสารแต่งตั้งของวัด

เรื่องเล่าภาษาจีนอีกตอนกล่าวถึงการเดินผ่านทุ่งนาไปหาหลวงพ่อจง ระหว่างทางเหลือบตัวหนึ่งเกาะดูดเลือดท่าน แม้รู้สึกเจ็บ ท่านก็ไม่ปัดไล่ ปล่อยให้มันกินจนอิ่มแล้วบินไป เรื่องนี้เล่าถึงการฝึกความอดทนและการให้ทานท่ามกลางชีวิตประจำวันของท่าน

ครูบาอาจารย์และศิษย์ที่มีชื่อในบันทึก

นอกจากหลวงพ่อสังข์แล้ว ข่าวประวัติยังระบุหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ เป็นครูที่ท่านไปศึกษา รวมถึงอาจารย์จูที่ปากเกร็ด และสำนักเขาวงกฎ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี รายชื่อเหล่านี้แสดงว่าการเรียนรู้ของท่านไม่ได้จำกัดอยู่ในวัดเดียว แต่รายละเอียดวิชาที่รับจากแต่ละสำนักและช่วงเวลาที่ไป ยังไม่ควรเติมขึ้นจากรายชื่อเพียงอย่างเดียว

ศิษย์ที่มีชื่อในประวัติคือ พระครูอุดมนวการ หรือหลวงพ่อชัย อตฺตทโม วัดบ้านแดง ประวัติระบุว่าหลวงปู่ทิมเป็นทั้งพระอุปัชฌาย์และครูบาอาจารย์ที่ท่านไปศึกษา

เส้นทางการเรียนของหลวงพ่อชัยยังเชื่อมกับครูอาจารย์อื่นในอยุธยา ท่านศึกษาวิชาจากหลวงปู่ยอด อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านแดง ซึ่งเป็นศิษย์หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และฝึกกรรมฐานกับอสุภกรรมฐานเพิ่มเติมกับหลวงปู่สังข์ วัดน้ำเต้า การเล่าประวัติศิษย์รูปนี้จึงต้องแยกบทบาทของครูแต่ละท่านด้วย

เรื่องเล่าของศิษย์กล่าวถึงการดูแลครูอาจารย์ครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2518 หลวงปู่ทิมจะโดยสารรถไปกรุงเทพฯ เพื่อรับเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกที่สั่งทำ เมื่อหลวงพ่อชัยทราบจึงติดตามไปช่วยหิ้วเหรียญกลับวัด ประวัติเหรียญรุ่นแรกจึงมีความทรงจำถึงการเดินทางร่วมกันของครูกับศิษย์อยู่ด้วย

งานวัดและการศึกษาของชุมชน

การภาวนาของหลวงปู่ทิมดำเนินควบคู่กับการศึกษาพระปริยัติธรรม ข่าวระบุว่าท่านสอบได้นักธรรมตรี โท และเอกใน พ.ศ. 2492, 2493 และ 2500 ตามลำดับ นี่คือระดับการสอบนักธรรม ไม่ใช่ปริญญามหาวิทยาลัยสามใบ ใน พ.ศ. 2510 ท่านรับหน้าที่เจ้าคณะตำบลน้ำเต้าและพระขาว พร้อมได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้รับสมณศักดิ์พระครูสังวรสมณกิจใน พ.ศ. 2512 และเลื่อนชั้นในราชทินนามเดิมเมื่อ พ.ศ. 2520

หลวงปู่ทิมอุปถัมภ์โรงเรียนวัดพระขาวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่วยงานก่อสร้างอาคารและมอบทุนการศึกษา ความช่วยเหลือจากวัดจึงไปถึงสิ่งที่เด็กในชุมชนใช้เรียน และค่าใช้จ่ายที่ทำให้พวกเขามีโอกาสศึกษาต่อ

งานพัฒนาวัดยังปรากฏในอาคารและศิลปกรรม อุโบสถหลังใหม่สร้างระหว่าง พ.ศ. 2540–2545 มีภาพพุทธประวัติ ชาดก และคติจักรวาลทางพุทธศาสนา ส่วนมณฑปไม้สักประดับลายรดน้ำเล่าเรื่องธรรมะและการปฏิบัติ จากกุฏิเก่าในป่าสู่เสนาสนะเหล่านี้ วัดพระขาวไม่ได้เป็นเพียงที่บูชาวัตถุมงคล แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ชาวบ้านและผู้มาเยือนได้รู้จักศิลปะทางศาสนา

เอกสารแนะนำวัดขององค์การบริหารส่วนตำบลพระขาวบรรยายมณฑปไม้สักว่าแบ่งภายในเป็นห้าห้อง เพดานประดับดอกบัวไม้แกะสลักปิดทอง ภาพลายรดน้ำนอกจากพุทธประวัติและชาดก ยังมีธุดงค์สิบสาม อสุภะสิบ วิปัสสนาญาณ และคุณของพระรัตนตรัย ผู้เข้าชมจึงพบเนื้อหาการปฏิบัติที่ถ่ายทอดผ่านภาพอยู่ท่ามกลางงานประดับอันวิจิตร

ประวัติบันทึกงานระยะแรกไว้ว่า ท่านปรับปรุงกุฏิเก้าหลังใน พ.ศ. 2499–2500 และสร้างหอสวดมนต์ใน พ.ศ. 2501 ต่อมายังมีงานเปลี่ยนกระเบื้องอุโบสถ ทำหน้าบันและกำแพง สร้างศาลาพักกับเมรุ ตลอดจนห้องน้ำ ถังน้ำคอนกรีต และสะพานเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ สิ่งเหล่านี้รองรับทั้งชีวิตพระและกิจกรรมของชาวบ้าน

งานเพื่อชุมชนของท่านได้รับการยกย่องด้วย ใน พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาถวายปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา และในปีถัดมา คือ พ.ศ. 2550 ท่านได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักรด้านสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมพัฒนาชุมชน เกียรติคุณเหล่านี้ควรแยกจากผลสอบนักธรรมและสมณศักดิ์ เพราะเป็นการรับรองคนละด้าน

วัตถุมงคลและความทรงจำของผู้ศรัทธา

วัตถุมงคลที่ผู้สะสมรู้จักมีทั้งเหรียญรูปเหมือน พระขุนแผน เครื่องรางรูปปลา ผ้ายันต์ ภาพถ่าย และลูกอมชานหมาก โดยเฉพาะชานหมากมักถูกกล่าวถึงคู่กับความเมตตาของท่าน ข่าวยังบรรยายชีวิตที่เรียบง่ายและการต้อนรับผู้คนโดยไม่แบ่งฐานะ วัตถุเหล่านี้จึงมีทั้งเรื่องเนื้อหาและพิมพ์ กับความทรงจำที่ผู้ศรัทธาฝากไว้กับพระเถระ ส่วนความแท้ของชิ้นใดชิ้นหนึ่งต้องตรวจแยกต่างหาก

หลังหลวงปู่ทิมมรณภาพ ศิษย์คนหนึ่งซึ่งเล่าว่าเคยบวชกับท่านใน พ.ศ. 2536 ย้อนถึงเรื่องที่หลวงปู่บอกอายุขัยล่วงหน้า ท่านเคยกล่าวว่าจะมีอายุถึง 96 ปี และเมื่อศิษย์เตรียมลาสิกขา ท่านยังถามว่าจำคำพูดนั้นได้หรือไม่

ในวันที่หลวงปู่ทิมมรณภาพ มีการกว้านซื้อวัตถุมงคลทั้งที่วัดและร้านค้าใกล้เคียง ราคาบางรายการสูงขึ้น ชื่อเสียงของท่านและความผูกพันของผู้ศรัทธาจึงส่งมาถึงตลาดพระเครื่องด้วย อย่างไรก็ตาม วัตถุมงคลแต่ละชิ้นยังต้องพิจารณาประวัติการสร้างและการครอบครอง กระแสซื้อในวันนั้นไม่อาจรับรองราคาในอนาคต

ช่วงสุดท้ายและการรำลึกถึงท่าน

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 คณะศิษย์จัดงานทำบุญอายุ 96 ปีให้ท่าน วันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน ท่านมรณภาพที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี ข่าวในเวลานั้นระบุว่าท่านเข้ารักษาอาการหอบเหนื่อยและตรวจพบการติดเชื้อในปอด เมื่อข่าวถึงอยุธยา ศิษย์และชาวบ้านร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดพระขาว ข่าวในวันเกิดเหตุระบุวันที่ 22 มีนาคม แต่ข่าวเดือนมิถุนายนอีกชิ้นลงวันที่มรณภาพเป็น 21 มีนาคม ส่วนเวลามรณภาพก็มีบันทึกต่างกัน

ในเดือนมิถุนายนปีนั้น พระครูสมุห์สุนทร สุนฺทโร รักษาการเจ้าอาวาส ประกาศแผนงานรำลึกซึ่งรวมทั้งการหล่อรูปเหมือน และกำหนดอัญเชิญสรีระหลวงปู่ทิมประดิษฐานในหีบมุกแก้ววันที่ 30 มิถุนายน ต่อมาศิษย์เล่าสืบกันว่าสรีระของท่านไม่เน่าเปื่อย และเชื่อว่าเป็นผลแห่งการปฏิบัติของท่าน

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552 พระครูสมุห์สุนทร ผู้รักษาการเจ้าอาวาส เล่าว่าคืนก่อนคณะผู้ดูแลนำเหรียญที่เคยบรรจุไว้ในหีบหลวงปู่ทิมออกมา เตรียมให้ผู้ศรัทธาบูชาเพื่อนำรายได้สร้างหอประชุมโรงเรียนวัดพระขาวตามเจตนาของหลวงปู่

เรื่องราวของหลวงปู่ทิมยังขยายจากวัดสู่บันทึกที่เข้าถึงผู้สนใจได้กว้างขึ้น ข่าวปี 2010 ระบุว่าศิษย์ได้รับอนุญาตจากท่านตั้งแต่ พ.ศ. 2548 ให้รวบรวมประวัติ คำสอน ภาพกิจกรรม และวัตถุมงคลของวัด นอกจากการถ่ายทอดแนวปฏิบัติจากครูสู่ศิษย์แล้ว ยังมีความพยายามรักษาความทรงจำที่กระจัดกระจายให้เป็นบันทึกสำหรับผู้สนใจรุ่นหลัง

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน