ชีวิตและสายสืบทอดของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม เป็นพระเถระสำคัญของวัดสะพานสูง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในภาษาจีนยังเรียกท่านว่า 龍婆嚴 ส่วนชื่อวัดพบคำว่า 屈沙盼送 คำว่า ปฐมนาม ที่มักพ่วงกับชื่อท่านช่วยแยกบุคคลออกจากหลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร วัดหนัง ชีวิตของท่านเกี่ยวข้องทั้งกับการฟื้นฟูวัดริมคลอง การศึกษา ศาสนกิจและชุมชน มิได้มีเพียงประวัติตะกรุดกับพระปิดตาเท่านั้น
ชื่อจีนของท่านพบทั้ง 龍婆嚴 และ 龍普Yam ชื่อวัดในภาษาจีนยังมีรูปเขียน 屈實盼送 และ 瓦薩潘頌 เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยมวัดหนังมีชื่อจีนเดียวกัน การระบุ Wat Saphan Sung หรือชื่อไทยเต็มจึงช่วยแยกทั้งสองรูปได้
วันเกิดและวันมรณภาพต่างสำนวน
ชีวประวัติที่พบแพร่หลายให้ปีเกิด พ.ศ. 2359 และระบุว่ามารดาชื่อจันทร์ แต่ชื่อบิดามีทั้งบากและนาค วันเกิดมีทั้งวันพุธและวันพฤหัสบดี อีกฉบับใช้ปี พ.ศ. 2358 วันมรณภาพก็มีต่างกัน ฉบับที่พบทั่วไประบุ พ.ศ. 2439 วันอาทิตย์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 9 เทียบเป็นวันที่ 16 สิงหาคม อายุ 80 ปี ขณะที่บทความออนไลน์อีกฉบับใช้วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2438 ยังไม่มีทะเบียนสงฆ์หรือหน้าหนังสืออนุสรณ์รุ่นเก่าที่ช่วยตัดสินความต่างเหล่านี้ได้ วันเดือนปีดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลตามแต่ละสำนวน ไม่ใช่ลำดับชีวิตที่ยืนยันได้ครบถ้วนแล้ว
วัยเรียนและเส้นทางสมณเพศ
วัยเด็กท่านเรียนหนังสือและความรู้ทางพระพุทธศาสนากับสมภารวัดท้องคุ้งใกล้บ้าน ชีวประวัติที่พบทั่วไปเล่าว่าท่านอุปสมบทเมื่ออายุประมาณ 22 ปี ใน พ.ศ. 2381 ที่วัดบ่อใกล้ท่าน้ำปากเกร็ด ชื่อพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวดของท่านยังไม่ปรากฏครบถ้วนในชีวประวัติที่มีอยู่
หลังอุปสมบทท่านย้ายไปวัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี ศึกษาพระปริยัติธรรมและพระธรรมบทประมาณเจ็ดพรรษาตามเรื่องที่เล่ากัน ชื่อสมณศักดิ์ของเจ้าอาวาสในฉบับที่พบทั่วไปคือพระพิมลธรรม แต่ฉบับหนึ่งใช้พระธรรมเจดีย์ ซึ่งยังต้องเทียบกับบัญชีผู้ดำรงตำแหน่ง ต่อมาท่านอยู่ที่วัดประยุรวงศาวาส แล้วราว พ.ศ. 2391 นายแขก สมุห์บัญชี ได้นิมนต์ไปวัดนวลนรดิศเพื่อบำเพ็ญกรรมฐานอีกประมาณห้าพรรษา ระยะที่อยู่ในวัดแรกหลังบวชมีทั้งหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน และหนึ่งปี ลำดับสถานที่จึงชัดกว่าระยะเวลาของแต่ละช่วง นายแขกเป็นผู้นิมนต์และอุปถัมภ์การมาพำนักในครั้งนี้
การฟื้นฟูวัดและที่มาของชื่อสะพานสูง
พ.ศ. 2396 ชาวบ้านคลองแหลมใหญ่พร้อมใจกันอาราธนาท่านกลับบ้านเดิม เพื่อปกครองวัดสว่างอารมณ์ซึ่งมีพระจำพรรษาน้อยและอาคารทรุดโทรม เมื่อกลับมาแล้วท่านจัดระเบียบสำนักสงฆ์และเริ่มสร้างหรือบูรณะอุโบสถ วิหาร กุฏิ ตลอดจนแหล่งน้ำ ทำให้วัดกลับเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ถวายภัตตาหาร และเรียนรู้ของชุมชนริมคลองอีกครั้ง
เรื่องประวัติสิ่งก่อสร้างระบุว่าอุโบสถหลังเดิมสร้างใน พ.ศ. 2397 โดยหลวงพิบูลสมบัติช่วยบอกบุญและมีชาวบ้านร่วมบริจาค ฉบับรวบรวมเดิมยังให้ระยะเวลาก่อสร้างกว่าสิบเดือนและกล่าวว่าวิหารเดิมสร้างในสมัยหลวงปู่เอี่ยม แต่สองข้อนี้ยังขาดหน้าต้นฉบับประวัติวัดสำหรับตรวจเทียบ พระ ผู้อุปถัมภ์ ช่าง และชาวบ้านร่วมกันฟื้นฟูวัด และคนรุ่นหลังได้ซ่อมแซมอาคารสืบมา ประวัติวัดระบุว่า พ.ศ. 2516 ในสมัยหลวงพ่อทองสุขเป็นเจ้าอาวาส มีการซ่อมยอดพระเจดีย์ใหญ่ด้วย
วัดเดิมชื่อวัดสว่างอารมณ์ ต่อมารู้จักกันในนามวัดสะพานสูง เรื่องที่เล่าแพร่หลายเชื่อมการเปลี่ยนชื่อกับการเสด็จตรวจวัดของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อทอดพระเนตรสะพานสูงข้ามคลองพระอุดมและทรงทราบว่าชาวบ้านเรียกชื่อนี้อยู่แล้ว จึงทรงใช้เป็นนามวัด ปีที่เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการยังไม่แน่นอน
เรื่องธุดงค์และการสร้างพระเจดีย์
เรื่องธุดงค์ที่เล่าสืบกันมามีอยู่ว่า พระผู้ติดตามออกเดินล่วงหน้าไปหกถึงเจ็ดชั่วโมง แต่หลวงปู่เอี่ยมก็ไปทันจุดนัดพบทุกครั้ง เมื่อเดินทางแถบกัมพูชา ท่านได้เรียนกับชีปะขาวชื่อจันทร์ หลายปีที่ไม่ได้กลับวัด ชาวบ้านเข้าใจว่าท่านมรณภาพแล้ว จึงถวายสังฆทานอุทิศให้ เล่ากันว่าท่านรับรู้ด้วยญาณแล้วเดินทางกลับมา ผมยาวถึงเอว จีวรขาด มีหมี เสือ และงูจงอางติดตาม ส่วนเรื่องต้นตะเคียนมีสองสำนวน สำนวนหนึ่งเล่าว่าท่านเพ่งต้นไม้ที่ชาวบ้านหวาดกลัวอยู่สามวันจนเฉาตาย อีกสำนวนกล่าวถึงต้นตะเคียนคู่ และท่านแผ่เมตตาระงับสิ่งที่สิงอยู่ในต้นไม้
พระเจดีย์ใหญ่เป็นงานสำคัญในช่วงปลายชีวิต แต่ปีเริ่มสร้างยังต่างกัน ฉบับรวบรวมเดิมใช้ พ.ศ. 2431 ส่วนบทความอีกฉบับระบุว่าปีนั้นสร้างศาลาการเปรียญและเริ่มพระเจดีย์ใน พ.ศ. 2439 เรื่องถวายเงินหนึ่งตำลึงหรือสี่บาท หรือถวายทราย อิฐ หินหนึ่งลำเรือแล้วได้รับตะกรุดมหาโสฬสมงคลหนึ่งดอกก็อยู่ในฉบับเดิม แต่ยังขาดบัญชีการบอกบุญต้นฉบับ ข้อที่แหล่งข้อมูลสอดคล้องกันมากกว่าคือ เจดีย์ยังไม่แล้วเสร็จเมื่อหลวงปู่เอี่ยมมรณภาพ และหลวงปู่กลิ่นสานต่อ เรื่องตะกรุดจึงเล่าควบคู่กับการร่วมทำบุญสร้างวัดของชาวบ้าน
ศิษย์และงานการศึกษาที่สืบต่อมา
หลวงปู่กลิ่น จันทรังสี เป็นศิษย์ที่มีประวัติระบุไว้โดยตรง ชีวประวัติฉบับถอดความจากหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ พ.ศ. 2490 ระบุว่าท่านมาอยู่กับหลวงปู่เอี่ยมใน พ.ศ. 2426 อุปสมบทโดยมีหลวงปู่เอี่ยมเป็นพระอุปัชฌาย์ใน พ.ศ. 2428 และศึกษาวิชาเวชศาสตร์จากท่าน
เมื่อปกครองวัด หลวงปู่กลิ่นยังสืบงานด้านการศึกษา ชีวประวัติฉบับเดียวกันกล่าวถึงการจัดตั้งโรงเรียนประถม หาครูสอนพระปริยัติ จัดสถานที่เรียนและหนังสือ รวมทั้งการได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการศึกษาประจำอำเภอปากเกร็ดใน พ.ศ. 2479 วัดจึงเป็นทั้งสถานที่ทำบุญและแหล่งเรียนรู้ของเด็กกับพระภิกษุสามเณร
ศิษย์อีกรูปที่มีเรื่องการเรียนวิชาระบุไว้คือหลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้ ชีวประวัติของท่านเล่าว่าได้ศึกษาวิชาโสฬสมงคลและไตรสรณาคมน์กับหลวงปู่เอี่ยม เป็นการระบุวิชาที่เรียนอย่างเจาะจง ส่วนการเรียนทำผ้าประเจียดและผงต่าง ๆ นั้นเกี่ยวข้องกับครูรูปอื่น
ฝ่ายฆราวาสมีอาจารย์แปลก ร้อยบาง คำบอกเล่าสำนวนหนึ่งกล่าวว่าท่านเป็นศิษย์โดยตรงของหลวงปู่เอี่ยม ส่วนชีวประวัติอีกสำนวนเล่าว่าท่านเรียนตะกรุดจากหลวงปู่กลิ่นและเรียกหลวงปู่กลิ่นว่าอาจารย์เสมอ มีเรื่องเล่าถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองว่า อาจารย์แปลกซึ่งอาศัยอยู่ในเรือพบว่าเรือของตนมาจอดหน้าวัดสะพานสูง จึงเข้าไปกราบและถามหลวงปู่กลิ่นว่าเหตุใดจึงลากเรือมา หลวงปู่ตอบว่าปีนั้นน้ำจะมาก อยากให้อยู่ที่วัดด้วยกัน เล่ากันว่าภายหลังเกิดน้ำมากจริง ส่วนช่วงเวลาและรายละเอียดการเรียนโดยตรงกับหลวงปู่เอี่ยมยังไม่ชัดเจน
ตะกรุดและพระปิดตา
ตะกรุดมหาโสฬสมงคลมักอธิบายว่าสร้างจากแผ่นทองแดงลงยันต์ ม้วนรอบแกน มีรูร้อยเชือก ถักสายสิญจน์ แล้วพอกรักและผง วงการยังแบ่งความยาว วิธีม้วน และสูตรยันต์เป็นหลายแบบ เช่น ตรีนิสิงเหกับตะกรุดโทนอื่น ๆ นอกจากชื่อและรูปลักษณ์แล้ว การศึกษารายชิ้นยังอาจเปรียบเทียบภาพเอกซเรย์หรือกล้องส่องภายใน องค์ประกอบโลหะ จำนวนชั้น ปลายม้วน การถัก รัก รอยซ่อม และประวัติครอบครอง โดยไม่แกะทำลายตะกรุดเพื่อค้นหายันต์
พระปิดตาเนื้อผงของท่านพบชื่อพิมพ์และส่วนผสมหลายชุด เช่น ผงคลุกรัก จุ่มรัก พิมพ์ตะพาบ และพิมพ์ชะลูด ประเพณีท้องถิ่นเล่าว่า เมื่อวัดซ่อมเรือพระประจำปี จะขูดชันยาเรือเก่า เก็บมาบดและผสมเป็นมวลสาร ในการพิจารณาพระรายองค์ ผิวดำ รักแตกราน และกลิ่นชันเรือยังต้องพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์วัสดุและประวัติที่มา
ชื่อพิมพ์ก็มีประวัติของตัวเอง บทความที่ระบุชื่อดิเรก ถึงฝั่ง เชื่อมชื่อเดิมอย่างจุฬาใหญ่และจุฬาเล็กกับชื่อชะลูดและตะพาบในวงการสะสมภายหลัง อีกทั้งเล่าถึงการทำ ปลุกเสก และแจกทีละน้อย ส่วนที่เหลือเก็บไว้ปลุกเสกต่อ ตามเรื่องนี้ การสร้าง ปลุกเสก และแจกดำเนินไปต่อเนื่อง ส่วนชื่อพิมพ์และการแบ่งรุ่นบางส่วนเป็นคำเรียกที่เกิดขึ้นในวงการสะสมภายหลัง
คำฝากก่อนมรณภาพและเรื่องเล่าของผู้ศรัทธา
เมื่อหลวงปู่เอี่ยมอาพาธหนักในช่วงปลายชีวิต นายหรุ่น แจ้งมา ผู้คอยปรนนิบัติ ได้กราบขอคำสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย เล่ากันว่าท่านให้ระลึกถึงและเอ่ยชื่อท่านเมื่อมีทุกข์ภัยเกิดขึ้น อีกสำนวนกล่าวถึงทั้งเหตุสุขและทุกข์ คำฝากท้ายนี้ยังเล่าสืบกันอยู่ในหมู่ศิษย์และผู้ศรัทธา
ในหมู่ผู้ศรัทธายังมีเรื่องประสบการณ์แคล้วคลาด สมัชชา วิเชียร หรือหนึ่ง คลองพระอุดม เล่าในบทสัมภาษณ์ว่า ครั้งหนึ่งได้รับเชิญไปเล่นดนตรี ระหว่างแสดงมีเสียงปืนดังขึ้น แต่แรกไม่ได้สนใจ กระทั่งมีเสียงปืนอีกและกระสุนเฉี่ยวศีรษะจึงรีบหนีลงจากเวที ขณะนั้นเขาพกทั้งตะกรุดของหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูงและพระปิดตาของหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง เขาเชื่อว่าได้รับความคุ้มครอง จึงบูชาติดตัวต่อมา เรื่องนี้เป็นคำบอกเล่าจากผู้ศรัทธา ไม่ควรนำอาวุธมาทดลองกับวัตถุมงคลหรือผู้สวมใส่
เจ้าอาวาสรุ่นหลังและงานอนุสรณ์
ข้อมูลท่องเที่ยวชุมชนของหน่วยงานรัฐระบุว่า พ.ศ. 2480 หลวงปู่กลิ่นจัดหล่อรูปหลวงปู่เอี่ยมขนาดเท่าตัวจริงไว้หน้าพระอุโบสถให้ประชาชนสักการะ รูปอนุสรณ์ประจำวัดนี้จึงมีมาก่อนวัตถุมงคลปี 2500 ที่กล่าวถึงกันในหมู่นักสะสม และเป็นคนละงานสร้าง
ผู้สืบสายรุ่นต่อมาคือหลวงพ่อทองสุข อินทสาโร ชาวเพชรบุรี ตามชีวประวัติ ท่านพบอาจารย์เพ็งระหว่างธุดงค์ ได้รับคำชวนมาแถบปากเกร็ด แล้วมาเรียนวิชากับหลวงปู่กลิ่นที่วัดสะพานสูง วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างยังเกี่ยวข้องกับการบูรณะวัดและงานสาธารณประโยชน์ เป็นการสืบงานของสำนักในคนรุ่นถัดมา
หลังหลวงปู่เอี่ยมมรณภาพ หลวงปู่กลิ่นและเจ้าอาวาสรุ่นต่อมาสืบสายวัดสะพานสูง ตะกรุด พระผง และพิธีกรรมจึงอาจมีทั้งของทันชีวิต ของศิษย์สร้างตามตำรา และของที่ระลึกยุคหลัง รูปหล่อกับเหรียญที่วงการสะสมระบุว่าเป็นรุ่น พ.ศ. 2500 สร้างหลังท่านมรณภาพกว่าหกสิบปี จึงเป็นงานอนุสรณ์ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของรูปเหมือนทุกประเภทในวัด ส่วนตะกรุดที่ครูรุ่นหลังสร้างตามตำราเดิมเป็นงานสืบสาย ต่างยุคกับวัตถุมงคลที่สร้างขณะหลวงปู่ยังมีชีวิต
สายของหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูงสืบจากการฟื้นฟูวัด การภาวนาและธุดงค์ ไปสู่งานการศึกษา พิธีกรรมและการสร้างวัตถุมงคลที่ศิษย์รับช่วงต่อ ชื่อวัดเดียวจึงครอบคลุมผลงานหลายรุ่นที่มีความเป็นมาต่างกัน ส่วนพระปิดตาโลหะ หมากทุยและเรื่องราชสำนักของหลวงปู่เอี่ยมวัดหนังเป็นอีกประวัติหนึ่ง ชื่อเต็มและวัดช่วยให้ติดตามศิษย์กับวัตถุมงคลของแต่ละสายได้ตรงกัน