หลวงปู่หงษ์กับการปฏิบัติธรรมและการรักษาป่า
บ้านเกิดและการเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
ชื่อของหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ผูกพันกับวัดเพชรบุรีและสุสานทุ่งมน จังหวัดสุรินทร์ ในแวดวงพระเครื่องภาษาจีน ท่านเป็นที่รู้จักในชื่อ龍婆孔 รวมถึง龍婆宏และ龍婆洪 ผู้สนใจอาจเข้าถึงเรื่องราวของท่านจากการธุดงค์ในกัมพูชาและตำนานคุ้มภัย หรือจากป่า แหล่งน้ำ และงานช่วยเหลือการศึกษาในบ้านเกิด ทั้งสองด้านต่างมีส่วนต่อความทรงจำที่ผู้คนมีต่อท่าน
ชีวประวัติระบุนามเดิมว่า สุวรรณหงษ์ จะมัวดี เป็นชาวบ้านทุ่งมน เมื่อยังหนุ่ม มารดาขอให้ท่านบวชระยะสั้น เดิมรับปากไว้เพียงเจ็ดวัน แต่ต่อมากลับเลือกอยู่ในสมณเพศต่อ ท่านเคยศึกษาในโรงเรียนวัดอุทุมพร และเรียนทั้งพระปริยัติธรรมกับหลักสูตรผู้ใหญ่
ข่าวงานรำลึกใน พ.ศ. 2567 บันทึกวันบรรพชาไว้เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 และวันอุปสมบทเป็นวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 ณ วัดเพชรบุรี โดยระบุพระอาจารย์แป้น วัดสว่างอารมณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการจริง วัดเพชรบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระแหงน วัดอุทุมพร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ปีเกิดของท่านมีทั้ง พ.ศ. 2460 และ 2461 ส่วนปีสอบนักธรรมชั้นตรีมีทั้ง พ.ศ. 2480 และ 2482 ความต่างเหล่านี้เกี่ยวเนื่องกับการคำนวณอายุเมื่อบวชและจำนวนพรรษา การเรียงลำดับเวลาให้แน่นอนจึงยังต้องอาศัยทะเบียนประวัติพระสงฆ์เดิม รวมถึงวิธีนับปีและอายุในสมัยนั้น
การธุดงค์และชีวิตในสุสาน
ประวัติภาษาไทยกล่าวถึงการเดินทางไปศึกษากับครูบาอาจารย์แถบขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนเข้าสู่กัมพูชา ท่านปฏิบัติในป่าและป่าช้า โดยมีเรื่องการฉันวันละมื้อ ตลอดจนการเรียนวิชาเมตตา การคุ้มภัย น้ำมนต์ และสีผึ้งปรากฏอยู่ในประวัติ
ระยะเวลาที่เดินทางยังไม่ตรงกัน สถาบันลูกโลกสีเขียวบันทึกว่าท่านอยู่ในกัมพูชากว่ายี่สิบปี และกลับมาวัดเพชรบุรีใน พ.ศ. 2517 ขณะที่บทความภาษาจีนมักกล่าวว่าสามสิบเก้าปี อีกแหล่งหนึ่งระบุว่าท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2516 การกลับบ้าน การพำนักประจำ และการรับตำแหน่งอาจเป็นคนละเหตุการณ์ แต่หลักฐานที่มีขณะนี้ยังอธิบายความต่างของปีดังกล่าวไม่ได้แน่ชัด
ผู้ใกล้ชิดเล่าถึงยามเย็นที่สุสานว่า ผู้ใหญ่นำดอกไม้มากราบหลวงปู่ ส่วนเด็ก ๆ รออยู่ด้านหลัง เมื่อถึงคราวของตนก็เข้าไปรับขนมหรือนมที่ท่านแจก สำหรับเด็กและครอบครัวเหล่านี้ สุสานจึงเป็นทั้งที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่มาพบหลวงปู่
ป่าและความเป็นอยู่ของชุมชน
ข้อมูลรางวัลลูกโลกสีเขียวกล่าวถึงการใช้เงินบริจาคฟื้นฟูป่า การจัดกิจกรรมในป่าให้ชาวบ้านเห็นความสัมพันธ์กับอาหาร สมุนไพร และน้ำ แล้วทำแนวเขตด้วยหินหรือรั้วให้หมู่บ้านใกล้เคียงร่วมกันดูแล ผลงานนี้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคล ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2544
ข้อมูลรางวัลลูกโลกสีเขียวระบุว่า ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ท่านนำเรื่องอนุรักษ์ป่าเข้าสู่ธรรมเทศนา และชวนชาวบ้านไปทำบุญร่วมกินข้าวในป่า โดยยกอาหารและสมุนไพรที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาอธิบาย การได้พื้นที่คืนมาไม่ได้อาศัยการบริจาคทั้งหมด บางแปลงต้องจ่ายชดเชย ส่วนเงินทำบุญยังใช้เป็นค่าจ้างและอาหารของผู้มาช่วยปลูกป่า
ท่านยังสนับสนุนการทอผ้า สวนสมุนไพรในป่าชุมชน การปลูกพืชผักกินได้ และการเพาะเลี้ยงมดแดงเพื่อเก็บไข่ เชื่อมงานอนุรักษ์กับอาชีพของชาวบ้าน การขุดคลองและทำถนนช่วยขนส่งผลผลิต ส่วนฝายน้ำล้นจากลำน้ำชีช่วยให้มีน้ำทำเกษตรตลอดปี
พงษ์ศักดิ์ ศรีราม หรือพี่เต๊นท์ เป็นศิษย์ฆราวาสที่คอยปรนนิบัติหลวงปู่ ในการให้สัมภาษณ์เมื่อ พ.ศ. 2554 เขาเล่าถึงความยากลำบากของการทำแนวป่าตอนกลางคืน และเรื่องอัศจรรย์ที่เล่ากันในพื้นที่ว่า ผู้ลักลอบตัดไม้พบร่างครองจีวรแต่มีศีรษะเป็นจระเข้ จนหวาดกลัวและไม่กล้ากลับมา
การดูแลป่ายังรวมถึงการซื้อที่ดินรอบนอกไว้เป็นป่ากันชนระหว่างป่าผืนใหญ่กับพื้นที่ทำกิน เมื่อมีผู้ไม่เข้าใจ หลวงปู่อธิบายว่าไม่ได้ซื้อไปสร้างโรงงานหรือใช้ส่วนตัว แต่เก็บไว้ให้ลูกหลานชาวบ้านได้หาของป่า ท่านยังขอสัตว์ที่ชาวบ้านจับมา เช่น งู เต่า และกบ เพื่อนำกลับไปปล่อยในป่า ส่วนแนวหินก็เป็นที่อาศัยของสัตว์ด้วย
งานวิจัยท้องถิ่นบันทึกการช่วยสร้างถนน สะพาน สระน้ำ ฝาย ตลอดจนทุนการศึกษา ศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์ ที่พักผู้ป่วย และเครื่องมือแพทย์ น้ำช่วยการเพาะปลูก ถนนช่วยขนส่งผลผลิต ส่วนการศึกษาแบ่งเบาภาระครอบครัว เรื่องเหล่านี้ยังอยู่ในความทรงจำของผู้รู้ ผู้ร่วมงาน และคนในชุมชน
งานวิจัยยังบันทึกความเชื่อมโยงอีกด้านระหว่างวัดกับการทำมาหากิน ไม่ว่าจะมีงานประเพณีหรือไม่ วัดก็เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านจำหน่ายสินค้าชุมชนและของที่ระลึกเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว การสืบทอดประเพณีจึงสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันด้วย พื้นที่สำหรับพบปะและทำมาหากินช่วยให้กิจกรรมของชุมชนดำเนินต่อไป
ข้อมูลรำลึกของทางราชการยังกล่าวถึงสถานีอนามัย สถานเลี้ยงเด็ก การช่วยโรงเรียน การซ่อมสถานีตำรวจ มูลนิธิ และกองทุนไถ่ชีวิตสัตว์ พร้อมระบุรางวัลสิ่งแวดล้อมใน พ.ศ. 2535 วัดพัฒนาตัวอย่างใน พ.ศ. 2536 และเสมาธรรมจักรด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใน พ.ศ. 2537 ข่าวภายหลังบางชิ้นให้ปีรางวัลต่างออกไป จึงต้องแยกการมีผลงานออกจากการยืนยันวันเวลาที่ได้รับรางวัลอย่างละเอียด
ศิษย์ที่มีบันทึกชื่อและข้อปฏิบัติ
ในหมู่ศิษย์ที่เป็นพระสงฆ์ มีหลวงพ่อวีระนนท์ วัดป่าเจริญราช ด้วย บันทึกการไปกราบหลวงปู่หงษ์ใน พ.ศ. 2554 ของ Praepattra ระบุความเป็นศิษย์ และเล่าถึงการที่หลวงพ่อวีระนนท์นำคณะศรัทธามาถวายของ ส่วนวิชาที่เรียนและช่วงเวลาที่รับการถ่ายทอดไม่ได้เล่าไว้โดยละเอียด
พี่เต๊นท์ยังจำได้ว่า แม้ในวัยชรา หลวงปู่ก็สอนศีลห้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะการไม่ดื่มสุราและไม่ด่าทอ ผู้ที่มาขอวัตถุมงคลก็ได้รับคำเตือนให้รักษาศีลเช่นกัน
เรื่องเล่าในหมู่ผู้ศรัทธา
มีเรื่องเล่าว่าระหว่างธุดงค์ในกัมพูชา หลวงปู่ทำให้โจรกลับใจและขอเป็นศิษย์ อีกเรื่องกล่าวว่า เมื่อหมู่บ้านถูกยิงถล่ม กระสุนและระเบิดในบริเวณที่ท่านอยู่กับชาวบ้านกลับไม่ระเบิด เรื่องเล่าไม่ได้ระบุวันเดือนปีชัดเจน แต่ยังคงถ่ายทอดกันในฐานะตำนานการคุ้มครองชาวบ้าน
ในเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดในวงการภาษาจีน มีตอนที่หลวงปู่หงษ์ถูกทหารจับลงน้ำ แต่เมื่อนำขึ้นมาจีวรกลับยังแห้ง อีกเรื่องกล่าวถึงโจรหญิงชื่อ Marli ซึ่งใช้วิชาล่องหน เมื่อหลวงปู่เปิดเผยตัวนางได้ นางจึงสำนึกผิดและกลับใจ
ศิษย์คนหนึ่งเล่าความฝันเกี่ยวกับกุมารดินที่ตนปั้นและนำให้หลวงปู่เสก หลังแจกเพื่อนแล้วเหลือไว้หนึ่งองค์ เขาฝันว่าเล่นกับเด็กอ้วนซึ่งมีปานดำที่หลังใกล้ก้นกบ ต่อมาเมื่อทำความสะอาดหิ้งพระ จึงสังเกตว่าตรายันต์กันอาวุธด้านหลังกุมารอยู่ตรงกับตำแหน่งปานในฝัน
วัตถุมงคลและความทรงจำหลังมรณภาพ
บันทึกการทำบุญใน พ.ศ. 2554 กล่าวถึงพระสีวลีขนาดเล็กและเครื่องรางรูปพระขรรค์ที่ผู้ร่วมบุญได้รับ ส่วนงานวิจัยระบุว่าวัตถุมงคลในนามท่านมีทั้งที่ท่านมีส่วนจัดสร้างและที่ศิษย์จัดทำ ดังนั้นชื่อหลวงปู่บนรายการวัตถุมงคลเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นคว้า ไม่ใช่หลักประกันว่าของทุกชิ้นมาจากรุ่น ผู้จัดสร้าง หรือพิธีเดียวกัน
หลวงปู่หงษ์มรณภาพวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557 ขณะรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพมหานคร ข่าวในวันนั้นรายงานอายุ 97 ปี แม้ข่าวช่วงแรกกล่าวถึงแผนงานศพ ต่อมามีการเก็บสรีระไว้ให้สักการะ แผนที่กล่าวถึงในระยะแรกจึงไม่ใช่บันทึกว่ามีการถวายเพลิงแล้ว
เมื่อเปลี่ยนโลงแก้วครบเก้าปีหลังหลวงปู่หงษ์มรณภาพ นางรัตนา เกษมบุญ ซึ่งระบุว่าเป็นหลานสาว เล่าถึงการร่วมแรงของผู้ศรัทธาดูแลสถานที่ประดิษฐาน ใน พ.ศ. 2569 ทางจังหวัดยังจัดงานรำลึกวันเกิดของท่าน ทั้งการดูแลป่า ชีวิตชุมชน วัตถุมงคล และการสักการะที่สุสาน เป็นทางที่ชาวบ้านและศิษย์สืบต่อความระลึกถึงท่าน