หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
หลวงพ่อเงิน
พระเถระวัดบางคลาน พิจิตร ฉายาพุทธโชติ ชื่อเดิมเงิน แปลว่าเงินตรา ตลาดเรียกท่านว่าพระเรียกทรัพย์ มรณภาพ พ.ศ. 2462 รูปที่หล่อในชื่อท่านหลังปีนั้น ไม่ใช่ของที่ทำตอนท่านยังมีชีวิต
วัด · วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร · ช่วงชีวิต · พ.ศ. 2351 หรือ 2353 – 2462
ชื่อและคำอ่าน
- ชื่อภาษาไทย
- · หลวงพ่อเงิน
- ชื่อจีนที่ใช้ในเล่มนี้
- · 龍婆銀
- เสียงใกล้ภาษาจีนกลาง
- · 龍婆銀
- เสียงใกล้ภาษากวางตุ้ง
- · 龍婆銀
- ตัวสะกดอังกฤษ
- · Luang Phor Ngern
หลังจากช่องนี้ บทความใช้ชื่อสั้น เสียงใกล้เป็นเครื่องช่วยผู้อ่านภาษาจีน ไม่ใช่ชื่อทางการอีกชื่อ

หลวงพ่อเงิน
พระเถระวัดบางคลาน พิจิตร ฉายาพุทธโชติ ชื่อเดิมเงิน แปลว่าเงินตรา ตลาดเรียกท่านว่าพระเรียกทรัพย์ มรณภาพ พ.ศ. 2462 รูปที่หล่อในชื่อท่านหลังปีนั้น ไม่ใช่ของที่ทำตอนท่านยังมีชีวิต
หลวงพ่อเงินเป็นพระเถระวัดบางคลาน พิจิตร ชื่อเดิมเงิน แปลว่าเงินตรา ฉายาพุทธโชติ เกิดปลายรัชกาลที่ 1 มรณภาพในรัชกาลที่ 6 ตลาดเรียกท่านว่าพระเรียกทรัพย์ และนับเข้าเก้าเกจิ พระเรียกทรัพย์กับเก้าเกจิเป็นชื่อที่เรียกทีหลัง ไม่ใช่สมณศักดิ์ตอนท่านยังมีชีวิต
ชาติภูมิ
วันเกิดมีสองวัน วันหนึ่งคือวันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2351 แรม 12 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง ตามวันนี้ ท่านอุปสมบทตอนอายุ 22 และมรณภาพตอนอายุ 111 อีกวันคือวันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2353 ตามวันนี้ ท่านบรรพชาตอนอายุ 12 ใน พ.ศ. 2365 และมรณภาพตอนอายุ 109 สองวันมีคนใช้ทั้งคู่ ห่างกันสองปี ไม่ใช่คนสองคน
บิดาชื่ออู๋ เป็นชาวบางคลาน พิจิตร มารดาชื่อฟัก เป็นชาวแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี กำแพงเพชร ทำนา พี่น้องหกคน ท่านเป็นคนที่สี่ พี่ชายที่มารับท่านกลับชื่อทอง มีบรรดาศักดิ์ขุนภุมรา
กรุงเทพฯ สามเณร ภิกษุ
อายุราวสามขวบ ลุงช่วงพาไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ที่วัดตองปุ ซึ่งภายหลังคือวัดชนะสงคราม เจ้าอาวาสขณะนั้นคือพระมหาสุเมธาจารย์ อายุสิบสองบรรพชาที่วัดนี้ เรียนพระธรรมวินัย มูลกัจจายน์ และเวทมนตร์
อายุครบยี่สิบเคยสึกกลับพิจิตร ช่วงนี้มีเรื่องเล่าว่า สาวบ้านชื่อเงินเหมือนกัน บันไดหัก จึงไม่ได้ลงเอยด้วยกัน เป็นเรื่องที่เล่าทีหลัง พ.ศ. 2373 อายุ 22 กลับไปอุปสมบทที่วัดชนะสงคราม ฉายาพุทธโชติ อยู่กรุงเทพฯ สามพรรษา เรียนวิปัสสนา รวมทั้งไปเรียนกับสมเด็จโตวัดระฆัง
กลับบ้านและสร้างวัด
ครบสามพรรษา พี่ชายขุนภุมรามารับกลับ เพราะปู่ป่วย ท่านอยู่ที่วัดคงคาราม หรือวัดบางคลานใต้ หนึ่งพรรษา ที่นี่เรียนยาสมุนไพร และรักษาคนด้วยน้ำมนต์กับตำรับยา สำเนาตำรับภายหลังเก็บที่วัดบางคลาน
ราว พ.ศ. 2377 ท่านย้ายไปหมู่บ้านวังตะโก หักกิ่งโพธิ์สามกิ่งปักในป่าตะโก อธิษฐานว่า ถ้าได้สร้างวัดที่นี่และวัดเจริญ กิ่งทั้งสามจงงอก สามกิ่งงอกจริง ท่านจึงสร้างกุฏิ วิหาร และอุโบสถ วัดนี้เรียกก่อนว่าวัดวังตะโก ภายหลังเรียกวัดบางคลาน อีกชื่อคือวัดหิรัญญาราม มีคนเขียนปีสร้างวัดไว้ก่อนหน้านี้ ตามลำดับการบวชและการกลับบ้าน การสร้างวัดอยู่หลังกลับบ้าน ท่านอยู่ที่วัดนี้จนมรณภาพ คุมงานก่อสร้างเอง และใช้วัตถุมงคลกับเงินบริจาคสร้างศาลาพักร้อนริมทาง
ศิษย์และผู้มาเรียน
ท่านกับหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าเป็นสหธรรมิก หลวงปู่ศุขแนะนำกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มาเรียนวิปัสสนา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสก็เคยประทับที่วัดวังตะโกหลายวันเพื่อเรียนวิปัสสนา ศิษย์ที่ภายหลังมีชื่อได้แก่หลวงพ่อพิธวัดฆะมัง มีเรื่องเล่าบ่อยว่า มีคนเอาปืนจ่อท่าน แต่กระสุนไม่ออก เป็นเรื่องเล่า ไม่ใช่บันทึกที่จับวันที่ได้
มรณภาพ
ท่านอาพาธด้วยความชรา มรณภาพราวตีห้าของวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2462 แรม 11 ค่ำ เดือน 10 ปีมะแม ที่วัดวังตะโก เวลายังไม่รุ่ง จึงมีคนนับเป็นวันศุกร์ และมีคนเขียนวันที่ 19 กันยายน สถานที่คือวัดที่ท่านสร้าง วันนี้เรียกวัดบางคลาน พรรษา 89 นับจากการอุปสมบท พ.ศ. 2373 ถึงปีนั้น อายุแล้วแต่จะใช้วันเกิดวันไหน คือ 111 หรือ 109
รูปหล่อ จอบใหญ่ จอบเล็ก

ของโลหะที่ทำตอนท่านยังมีชีวิต ส่วนใหญ่คือรูปหล่อลอยองค์นั่ง กับเหรียญรูปจอบสองแบบ รูปนั่งใช้ทองเหลืองเป็นหลัก มีคนใส่ทองคำ เงิน และทองแดงลงเบ้าเดียวกัน ผิวมักไม่เรียบ พิมพ์ยุคต้นที่ผิวไม่เรียบเรียกพิมพ์ขี้ตา แยกตามชายจีวรเป็นสามชาย สี่ชาย ห้าชาย อีกแบบที่ผิวเรียบกว่าเรียกพิมพ์นิยม วัดเคยให้เช่าบูชารูปนั่งยุคต้นองค์ละหนึ่งบาท รูปนั่งใหญ่ ผู้หญิงและเด็กพกยาก จึงหล่อจอบเล็กกับจอบใหญ่ในภายหลัง จอบใหญ่เรียกอีกอย่างว่าพิมพ์ไข่ปลา วิธีทำคือปั้นหุ่นดิน แล้วเททองเหลือง มีทองคำที่ชาวบ้านถวายผสมลงไป
พ.ศ. 2515 ยังมีรูปเหมือนที่ปั๊มด้วยเครื่อง พิมพ์มีทั้งคอแอล นับแบงก์ มือมีจุด และมือเลขแปด ปีนั้นท่านมรณภาพไปแล้วกว่าห้าสิบปี ของชุดนั้นคนรุ่นหลังทำให้ ไม่ใช่ของหล่อตอนท่านยังมีชีวิต แท้ปลอมเริ่มที่ปีกับพิมพ์ สองอย่างนี้ยังไม่ตรง จะเห็นแก่รูปคนแก่นั่งแล้วบอกว่าเป็นพิมพ์สมัยท่านยังมีชีวิตไม่ได้