กลับไปเกจิ

หลวงพ่อแดง

หลวงพ่อแดงแห่งวัดเขาบันไดอิฐ

หลวงพ่อแดงแห่งวัดเขาบันไดอิฐ

หลวงพ่อแดง รตฺโต มีชื่อในภาษาจีนว่า 龍婆錠、龍婆定 หรือ 龍波錠 ท่านครองวัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งนักสะสมชาวจีนเรียกว่า 屈求紋打熱 วัดเก่าแห่งนี้มีประวัติก่อนสมัยของท่าน ชีวิตการปฏิบัติธรรม เรื่องชาวบ้านมาขอความช่วยเหลือ ตลอดจนผ้ายันต์และเหรียญรูปเหมือนที่แพร่หลายในเวลาต่อมา จึงเป็นอีกบทหนึ่งของความทรงจำที่สืบต่ออยู่กับวัดบนเขา

ท่านมีนามเดิมว่าแดง อ้นแสง บิดาชื่อแป้น มารดาชื่อนุ่ม ครอบครัวทำไร่ทำนาอยู่ที่บางจาก ท่านช่วยงานพ่อแม่มาตั้งแต่วัยเด็ก ประวัติให้ปีเกิดต่างกันระหว่าง พ.ศ. 2421 กับ 2422 ตัวเลขอายุและพรรษาในบั้นปลายชีวิตจึงมีหลายสำนวน

น้องชายคือหลวงพ่อเจริญ ธมฺมโชติ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ ได้รับราชทินนามพระครูปัญญาโชติวัฒน์ ทั้งสองครองสมณเพศจนสิ้นชีวิต และภายหลังมีรูปอยู่ร่วมกันบนเหรียญ ประวัติครอบครัวฉบับหนึ่งระบุว่าหลวงพ่อแดงเป็นบุตรคนที่ห้าจากพี่น้องสิบสองคน อีกสำนวนระบุเก้าคน ทั้งสองยังต้องเทียบหลักฐานยุคต้น

การบวชและครูบาอาจารย์

พ่อแม่พาท่านมาฝากตัวกับอาจารย์เปลี่ยนที่วัดบนเขาเพื่อบวชเรียน ปีอุปสมบทมีทั้ง พ.ศ. 2441 และอีกฉบับที่ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2444 โดยระบุพระครูญาณวิสุทธิ หรือพ่วง วัดแก่นเหล็ก เป็นพระอุปัชฌาย์ เปลี่ยนเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และอ่ำ วัดทองนพคุณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ขณะที่ประวัติย่อบางฉบับให้เปลี่ยนเป็นพระอุปัชฌาย์ ปีและหน้าที่ในพิธีจึงยังต้องเทียบกับใบสุทธิ

อาจารย์เปลี่ยนเป็นครูที่ท่านศึกษากรรมฐานและอักขระยันต์อยู่ด้วยเป็นเวลานาน ประวัติยังกล่าวถึงหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม และหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จังหวัดนครปฐม ว่าทั้งสองมานั่งภาวนาในถ้ำร่วมกับอาจารย์เปลี่ยนอยู่เสมอ หลวงพ่อแดงจึงมีโอกาสฝากตัวเรียน สุเมธ ตันติเวชกุล จำได้ว่าท่านเคยเล่าถึงหลวงพ่อฉุยและครูที่นครปฐม แต่ไม่ได้จดชื่อองค์หลังไว้ เรื่องที่ระบุชื่อครูจึงมาจากประวัติอีกฉบับ แยกจากความทรงจำตอนนี้

สุเมธเล่าว่าหลวงพ่อแดงพกเหรียญครูสององค์ ก่อนถูกขโมยไปในภายหลัง เขายังถ่ายทอดเรื่องย่นระยะทางของครูที่นครปฐมซึ่งไม่ได้ระบุชื่อ ครูลงจากรถไฟไปฉันน้ำและขึ้นไม่ทัน แต่เมื่อศิษย์กลับถึงวัดกลับพบท่านนั่งอยู่ก่อนแล้ว เรื่องนี้เล่าถึงครูของหลวงพ่อแดง ไม่ใช่หลวงพ่อแดงเป็นผู้ย่นระยะทางเอง

ชีวิตประจำวันของเจ้าอาวาส

หลวงพ่อแดงรับหน้าที่เจ้าอาวาสใน พ.ศ. 2461 แม้งานวัดเพิ่มขึ้น ท่านยังเข้าถ้ำนั่งสมาธิทุกวัน สืบการปฏิบัติที่เรียนจากครู ประวัติกล่าวถึงกุฏิเล็ก เครื่องนอนบาง และข้าวของเพียงไม่กี่ชิ้น ชีวิตที่ผู้ไปเยี่ยมได้เห็นต่างจากความคึกคักของผู้แสวงหาวัตถุมงคลอยู่เบื้องล่างเขา

ท่านมีเมตตาและไม่ชอบการด่าทอ โดยเฉพาะคำที่ล่วงเกินพ่อแม่ของผู้อื่น ท่านเตือนผู้มาขอของคุ้มครองว่าทุกคนมีบุพการี การกล่าวร้ายถึงพ่อแม่คนอื่นย่อมทำให้ความดีของตนเสื่อมลง สำหรับท่าน การเคารพผู้อื่นกับการบูชาวัตถุมงคลจึงเกี่ยวข้องกันในชีวิตประจำวัน

สุเมธจำได้ว่าท่านชอบพูดหยอก ครั้งหนึ่งหลวงพ่อบอกว่าท่านก็เปลี่ยนน้ำจืดเป็นน้ำทะเลได้ ทุกคนกำลังรอดูอิทธิฤทธิ์ ท่านกลับหัวเราะแล้วอธิบายว่าน้ำในแม่น้ำไหลไปถึงปากอ่าวก็เป็นน้ำทะเล ผู้ฟังจึงรู้ตัวว่าโดนหลวงพ่อแกล้งเสียแล้ว

เมื่อชาวบ้านมาขอที่พึ่ง

เรื่องโรคระบาดในสัตว์ช่วง พ.ศ. 2477 ถึง 2480 เป็นจุดเริ่มชื่อเสียงผ้ายันต์ในคำเล่าท้องถิ่น เมื่อวัวควายล้มตาย ชาวบ้านมาขอให้ท่านช่วย แล้วนำผ้ายันต์ผืนเล็กที่ท่านปลุกเสกไปผูกปลายไม้ไผ่ปักไว้ข้างคอก ตามคำบอกเล่า สัตว์ในคอกเหล่านั้นรอดพ้นจากโรค เมื่อข่าวแพร่ออกไปจึงมีคนมาขอเพิ่ม เรื่องความศรัทธานี้ไม่ควรใช้แทนการป้องกันโรคตามหลักสัตวแพทย์

ยามสงคราม ชาวบ้านมาขอผ้ายันต์ด้วยความเป็นห่วงครอบครัว ความทรงจำเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดเมืองเพชรมีเรื่องบ้านที่เชื่อว่าได้รับการคุ้มครองจากผ้ายันต์ แต่อีกสำนวนกล่าวถึงเหรียญรูปเหมือนในเหตุการณ์ พ.ศ. 2487 ขณะที่ปีสร้างเหรียญรุ่นแรกโดยทั่วไปคือ พ.ศ. 2503 ชนิดวัตถุมงคลและลำดับเวลาตอนนี้จึงต่างกันในเรื่องที่เล่าสืบมา

สุเมธเล่าว่า ปลาย พ.ศ. 2514 รถที่เขาขับพลิกคว่ำสามตลบ แต่ตัวเขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ในรถมีผ้ายันต์ของหลวงพ่อแดง เขาจึงเชื่อว่าได้รับการคุ้มครอง เมื่อกลับไปเล่าที่วัด หลวงพ่อไม่ได้รับความดีไว้กับตนเอง แต่หันไปพนมมือทางหิ้งพระ ขอบคุณพระรัตนตรัยที่มาช่วยได้ทัน

ศิษย์และงานวัดในรุ่นต่อมา

บุญส่ง ธัมมปาโล เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อแดง ต่อมาได้รับราชทินนามพระครูโสภณพัฒนกิจ และเรียกกันว่าหลวงพ่อโหวก หลังหลวงพ่อแดงมรณภาพ ท่านรับหน้าที่เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐใน พ.ศ. 2517 สืบงานวัดต่อมา ส่วนวันอุปสมบทในข้อมูลท้องถิ่นกับข่าวต่างกันหนึ่งวัน ยังต้องตรวจทะเบียนสงฆ์ต้นฉบับ

ในสมัยหลวงพ่อบุญส่ง วัดมีบทบาททั้งการพัฒนาชุมชน การกระจายเสียงและการสนับสนุนการศึกษา งานเหล่านี้เป็นของเจ้าอาวาสรุ่นต่อมา ส่วนการบูรณะ การศึกษาพระปริยัติธรรม และงานบริจาคที่หลวงพ่อแดงทำในช่วงชีวิตของท่านเอง ยังมีข้อมูลรายโครงการไม่ครบ

ข่าวมรณภาพกล่าวโดยเฉพาะว่า หลวงพ่อบุญส่งเป็นผู้ผลักดันและอุปถัมภ์สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบุรี และได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ด้านการพัฒนาชุมชนจากสถาบันราชภัฏเพชรบุรี วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2544 เหล่านี้เป็นผลงานของหลวงพ่อบุญส่ง ไม่ใช่ประวัติหลวงพ่อแดงก่อตั้งกิจการวิทยุหรือสถาบันอุดมศึกษา

วัตถุมงคลที่ไม่ได้มีเฉพาะเหรียญ

เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก พ.ศ. 2503 ทำให้นักสะสมจำนวนมากเริ่มรู้จักหลวงพ่อแดง เรื่องการสร้างเชื่อมกับการรับสมณศักดิ์วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2502 แล้วทางวัดจัดทำเหรียญฉลองในปีถัดมาให้ผู้ศรัทธาเก็บไว้เป็นที่ระลึก การรับสมณศักดิ์กับการสร้างเหรียญจึงเป็นคนละปี ส่วนวันรับสมณศักดิ์ยังรอเทียบเอกสารทางการ

พ.ศ. 2511 ยังมีเหรียญรุ่นแม่ทัพสร้าง ตามประวัติการจัดสร้าง พลโทสำราญ แพทยกุล แม่ทัพภาคที่ 1 ขออนุญาตจัดทำ โดยว่าจ้างกองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ออกแบบ แกะพิมพ์และปั๊ม ระบุเหรียญทองแดง 48,000 เหรียญ ทองคำกับเงินตามยอดจอง และมีอัลปาก้าด้วย ด้านหน้าจารึกวันที่ 11 เมษายน 2511 กับข้อความอายุครบ 90 ปี ด้านหลังเป็นตรากองทัพภาคที่ 1 แต่ข้อความบนเหรียญยังไม่ยุติข้อแตกต่างเรื่องปีเกิด

เหรียญชุดนี้ยังมีชื่อจากเรื่องเล่าว่า รุ่นปืนแตก กล่าวกันว่าหลวงพ่อแดงปลุกเสกเดี่ยวก่อนพิธีพุทธาภิเษกและงานฉลองห้าวันห้าคืน ต่อมาทหารที่เช่าเหรียญไปทดลองยิงกลับพบว่าปืนแตก จึงเล่าสืบกันมา การทดลองเช่นนี้ไม่ควรทำตาม และการมีวัตถุมงคลไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันกระสุนได้

เหรียญสองพี่น้อง พ.ศ. 2512 มีรูปหลวงพ่อแดงกับหลวงพ่อเจริญ ตามเรื่องการสร้างเป็นการระดมทุนซ่อมและสร้างสิ่งต่าง ๆ ในวัดทองนพคุณ ขณะปลุกเสกมีเสียงดังลั่นต่อเนื่อง แต่พระอุโบสถยังปกติ เมื่อพิธีเสร็จเสียงจึงเงียบลง จนเป็นที่มาของชื่อรุ่นโบสถ์ลั่น

พระเนื้อผงมีเรื่องการสร้างอีกสายหนึ่ง ประวัติพระผงญาณวิลาศระบุประสงค์ เจิมพร เป็นฆราวาสผู้รวบรวมและถวายมวลสาร การกดพิมพ์กับอธิษฐานจิตดำเนินเป็นช่วง ๆ ลำดับที่กล่าวถึงกันอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2509 ถึง 2513 มีทั้งพิมพ์สมเด็จ ปิดตา และนางพญา ซึ่งมีประวัติการสร้างแยกจากเหรียญรูปเหมือนโลหะรุ่นแรก

นักสะสมภาษาจีนบางกลุ่มใช้คำว่า咖喱หรือแกงกะหรี่เรียกสีเหลืองของพระผง พ.ศ. 2513 บางแบบ เป็นคำเปรียบลักษณะภายนอก ไม่ได้หมายความว่าทุกองค์ที่เรียกชื่อนี้ใช้สูตรเดียวกัน ส่วนจำนวนวัดและพิธีที่เกี่ยวข้องกับมวลสารยังมีตัวเลขต่างกัน การศึกษาวัตถุแต่ละชิ้นจึงต้องพิจารณาทั้งแม่พิมพ์ เนื้อและที่มา

วาระสุดท้ายและความทรงจำของวัด

หลวงพ่อแดงมรณภาพที่วัดวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2517 มีบันทึกเวลา 21.05 น. ศิษย์เล่าว่าท่านสั่งหลวงพ่อบุญส่งไม่ให้เผา แต่เก็บสรีระไว้ที่หอสวดมนต์ให้คนรุ่นหลังกราบ พร้อมเหรียญรุ่นแรกและเงินพดด้วงหนึ่งก้อน และให้ทาขมิ้นที่ร่างกาย ถ้อยคำสั่งเสียมีหลายสำนวน ที่นี่จึงเล่าตามใจความของคำบอกเล่า

หลังมรณภาพมีเรื่องฝันถึงบ่อเก่าเล่าว่า ผู้ใหญ่ในเมืองเพชรบุรีคนหนึ่งฝันเห็นบ่อน้ำใต้ต้นก้ามปูใหญ่ เมื่อขุดก็พบบ่อและหัวพญานาคปูนปั้นสีขาวที่ก้นบ่อ ชาวบ้านพากันมาตักน้ำ แต่พบงูใหญ่ขดอยู่ใต้สังกะสีปิดปากบ่อ บางคนเล่าว่างูมีหงอน จากนั้นผู้คนจึงไม่กล้าเข้ามาตักน้ำอีก

ผู้มาวัดในรุ่นหลังยังกราบสรีระและระลึกถึงชีวิตท่านผ่านรูปกับวัตถุมงคล ข่าวราชการใน พ.ศ. 2566 บันทึกพิธีสมโภชพระพุทธวชิรประทานพรบนยอดเขา พร้อมแนะนำการประดิษฐานสรีระหลวงพ่อแดง งานครั้งนั้นเป็นการพัฒนาวัดเก่าโดยคนรุ่นหลัง เมื่อท่านมรณภาพไปแล้วหลายปี

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน