กลับไปเกจิ

อาจารย์แจ๊ะ

อาจารย์แจ๊ะ วัดเขาแดงตะวันตก: พระสงฆ์ ช่างฝีมือ และมรดกวัตถุมงคลเมืองพัทลุง

อาจารย์แจ๊ะ วัดเขาแดงตะวันตก: พระสงฆ์ ช่างฝีมือ และมรดกวัตถุมงคลเมืองพัทลุง

บทความนี้ใช้ชื่อหลักว่าอาจารย์แจ๊ะ วัดเขาแดงตะวันตก ตามชื่อที่เจ้าของเว็บไซต์ยืนยัน ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดเขาแดงตะวันตก อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นเวลายาวนาน งานวิจัยและชีวประวัติท้องถิ่นมักเรียกท่านว่าพระอธิการเจ็ก ฐิตธมฺโม หลวงพ่อเจ็ก หรือพระอาจารย์เจ็ก บางชุดเขียน “เจ๊ก” และเอกสารสแกนบางแห่งอ่านคลาดเคลื่อนเป็น “เช็ก” บทความนี้เก็บชื่อเหล่านี้ไว้เป็นชื่อค้นของบุคคลเดียวกัน แต่เมื่อเทียบกับครูบาอาจารย์ชื่อใกล้เคียงยังต้องตรวจวัด ช่วงเวลา และสายวัตถุมงคลประกอบเสมอ

ชีวประวัติท้องถิ่นที่เรียบเรียงภายหลังระบุว่า ท่านมีนามเดิมว่า เจ็ก มะนาวี เกิดวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2445 ที่บ้านเจ็นตก จังหวัดพัทลุง บิดาชื่อแดง มะนาวี มารดาชื่อชุม มะนาวี เป็นบุตรคนที่สองในพี่น้องหกคน เมื่ออายุประมาณสิบปีได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดจินตาวาส เรียนหนังสือไทย อักษรขอม และหลักพระพุทธศาสนาเบื้องต้น ข้อมูลชุดนี้เป็นลำดับชีวประวัติที่มีรายละเอียดมากที่สุดเท่าที่พบ แต่ทะเบียนราษฎรและทะเบียนสงฆ์ร่วมสมัยยังไม่ได้เผยแพร่ให้ตรวจครบถ้วน

ต่อมาครอบครัวขอให้ลาสิกขาเพื่อช่วยงานบ้าน ช่วงที่เป็นฆราวาสท่านสนใจงานปั้น งานแกะสลัก เครื่องดนตรีพื้นบ้าน และการรำโนรา ท่านกลับมาอุปสมบทที่วัดจินตาวาสเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467 ได้รับฉายา “ฐิตธมฺโม” ชีวประวัติระบุหลวงพ่อดำ อินทสโร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินัยธร ชู เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการขำเป็นพระอนุสาวนาจารย์ คำว่าอุปสมบทเมื่ออายุยี่สิบสามปีควรเข้าใจว่าเป็นอายุโดยประมาณ เพราะวันเกิดและวันอุปสมบทที่ระบุไว้ต่างกันอยู่หลายเดือน

สายครูที่กล่าวถึงมากที่สุดคือ หลวงปู่ทอง วัดประจิมทิศาราม ซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียนอักขระ ยาสมุนไพร การต่อกระดูก และงานโลหะ หลังหลวงปู่ทองมรณภาพ มีเรื่องว่าท่านศึกษาต่อกับหลวงปู่เมฆ ปุณณสโร ชีวประวัติภายหลังยังระบุพระอาจารย์ดิษฐ์ วัดปากสระ พระครูสิทธิยาภิรัต หรือเอียด วัดดอนศาลา หลวงปู่เล็ก วัดประดู่เรียง และพระภาคใต้อีกหลายรูป รายชื่อนี้ช่วยให้เห็นเครือข่ายความรู้ระหว่างพัทลุงกับสงขลา แต่ยังไม่มีสมุดมอบวิชาร่วมสมัยที่ยืนยันทุกวิชาและลำดับการเรียนทั้งหมด

ราว พ.ศ. 2478 อาจารย์แจ๊ะออกจากวัดจินตาวาส และไปอยู่ที่วัดประดู่ทองประมาณสองปี พ.ศ. 2480 ชาวบ้านนิมนต์ท่านมาจำพรรษาที่วัดเขาแดงตะวันตก ท่านอยู่ที่นี่จนมรณภาพ และได้รับการจดจำในฐานะเจ้าอาวาสลำดับที่สี่ วัดตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเขาแดง ห่างจากชุมชนเมืองในอดีต สภาพป่า ถ้ำ และทุ่งนากลายเป็นฉากของทั้งการปฏิบัติและเรื่องเล่าภายหลัง แต่ภูมิประเทศเพียงอย่างเดียวไม่อาจพิสูจน์เหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้

งานวิจัยเรื่องศาสนาในลุ่มทะเลสาบสงขลาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จัดอาจารย์แจ๊ะไว้ในกลุ่มพระภาคใต้ที่ใช้สมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นช่วยเหลือชาวบ้าน ความทรงจำในชุมชนเน้นเรื่องการต่อกระดูก ยาสมุนไพร และการดูแลผู้เจ็บป่วย ข้อมูลนี้อธิบายบทบาทของพระสงฆ์ในยุคที่บริการแพทย์สมัยใหม่ยังเข้าไม่ถึงหลายพื้นที่ แต่ไม่ใช่หลักฐานทางคลินิก สูตรยาและผลการรักษาในอดีตไม่ควรถูกนำมาใช้เองโดยปราศจากคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

งานวิจัยเดียวกันทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งที่ตลาดพระเครื่องมักกล่าวถึงน้อย ท่านมีฝีมือแกะสลักลวดลาย ทำและประดับโลงศพ พร้อมบันทึกแบบและลายไว้เป็นตำราใช้สอนศิษย์ สมุดของท่านยังเก็บบทหนังตะลุงและบทโนรา บางตอนบรรยายลำน้ำ เรือ ตลาด และชีวิตของผู้คนในพัทลุง มรดกของอาจารย์แจ๊ะจึงเกี่ยวข้องทั้งกับวัตถุมงคล ศิลปะการแสดง งานช่าง และความทรงจำท้องถิ่น

ปีเริ่มสร้างวัตถุมงคลมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย งานวิชาการอ้างสมุดบันทึกของท่านว่า ใน พ.ศ. 2486 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและข้าวของมีราคาแพง ท่านได้สร้างพระพุทธรูปและแหวน บริบทนี้สอดคล้องกับภาพรวมของวัดภาคใต้ที่เป็นที่พึ่งทางใจของทหารและประชาชนในยามสงคราม แต่ไม่ได้หมายความว่าวัตถุทุกชิ้นที่ตลาดเรียกชื่อท่านจะเป็นงานสมัยสงคราม

รูปแบบที่โดดเด่นที่สุดคือพระปิดตากุมารในครรภ์ หรือที่เรียกว่าพระในครรภ์และพระสอดเข่า รูปองค์พระไม่ได้ประทับขัดสมาธิแบบพระปิดตาทั่วไป แต่ขดหรือนั่งยองคล้ายทารกในครรภ์ ชันเข่าและยกมือปิดหน้า คำอธิบายในเอกสารภายหลังมองว่าเป็นภาพชีวิตก่อนสัมผัสกิเลสภายนอก และเชื่อมโยงกับข้อความพระอภิธรรมที่แพร่หลายในภาคใต้ นี่เป็นการตีความทางศาสนาในท้องถิ่น ไม่ใช่คำรับรองพุทธคุณแบบใดแบบหนึ่ง

พิมพ์ที่มีการบันทึกไว้ ได้แก่ แบบแขนลอดหรือโอบเข่าแล้วยกมือปิดหน้า แบบประนมหรือดูดนิ้ว และแบบปิดหน้าโดยขาไม่สอดไขว้กัน วัสดุที่พบมากคือโลหะผสมหรือเนื้อสำริด และมีรูปหล่อสามมิติขนาดเล็กมาก งานยุคต้นจำนวนหนึ่งถูกอธิบายว่าใช้หุ่นเทียนหรือวิธีหล่อแบบโบราณ จึงอาจมีผิว รอยประกบ และทางเดินโลหะต่างกัน ความแตกต่างไม่ใช่หลักฐานแท้โดยตัวมันเอง และการทำผิวให้เก่าก็ไม่ใช่ประวัติที่มา

นอกจากพระปิดตา งานวิชาการและสูจิบัตรสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยยังแยกหมวดพระสังกัจจายน์ พระฤาษี พระขุนแผน พระพุทธรูป หนุมาน และพระใบพาย งานหนุมานไม้และรูปฤาษีบางส่วนสะท้อนตัวตนของท่านในฐานะช่างแกะสลักด้วย วัตถุเหล่านี้สร้างต่างยุค ต่างเนื้อ ต่างแม่พิมพ์ และต่างวิธีผลิต จึงไม่ควรใช้ลักษณะของพระปิดตาพิมพ์หนึ่งไปตัดสินงานทั้งหมด

การพิจารณาควรเริ่มจากชนิดวัตถุ ปีที่อ้าง พิมพ์ วัสดุ และขนาด แล้วจึงดูใบหน้า ตำแหน่งแขนขา ฐาน เส้นด้านหลัง ชนวน รอยประกบ และการสึกตามธรรมชาติ สนิมและผิวโลหะต้องสัมพันธ์กับส่วนผสมและการเก็บรักษา งานไม้ต้องดูชนิดไม้ รอยเครื่องมือ การหดตัว และสีที่เติมภายหลัง รูปหล่อและวัตถุปลายชีวิตที่ระบุ พ.ศ. 2528 ต้องแยกจากงานหล่อเล็กแบบทำมือในยุคก่อน บัตรรับรอง ราคาสูง หรือเรื่องเล่าตื่นเต้นไม่อาจแทนการเทียบองค์มาตรฐานและประวัติที่มาได้

เรื่องเล่าเกี่ยวกับอาจารย์แจ๊ะมีทั้งการเข้าถ้ำบนเขาแดงเป็นเวลานาน และการมีเทวดาหรือคนธรรพ์ช่วยสร้างวัตถุมงคลในเวลากลางคืน เรื่องเหล่านี้สะท้อนวิธีที่ผู้ศรัทธาเชื่อมภูเขา งานช่าง และภาพพระผู้ปฏิบัติเข้าด้วยกัน แต่ยังไม่มีเอกสารร่วมสมัยหรือหลักฐานที่ตรวจซ้ำได้มายืนยันตามตัวอักษร จึงควรรักษาไว้ในฐานะความเชื่อท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์หรือคำรับรองผล

อาจารย์แจ๊ะมรณภาพเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2528 เวลาประมาณ 21.20 น. ชีวประวัติท้องถิ่นระบุอายุ 83 ปี 2 เดือน 23 วัน และ 60 พรรษา อายุสอดคล้องโดยประมาณกับวันเกิดและวันมรณภาพที่บันทึกไว้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจำนวนมากยังอาศัยชีวประวัติภายหลัง งานวิจัย และความทรงจำของศิษย์ หากพบทะเบียนวัดหรือสมุดร่วมสมัยเพิ่มเติมในอนาคต ย่อมอาจช่วยเติมหรือแก้ลำดับบางส่วนได้

การทำความเข้าใจอาจารย์แจ๊ะในวันนี้จึงไม่ควรหยุดเพียงคำว่า “เกจิพระปิดตา” ท่านเป็นทั้งพระสงฆ์ ผู้สืบภูมิปัญญาการดูแลคนในชุมชน ช่างไม้และช่างโลหะ และผู้บันทึกบทหนังตะลุงกับโนรา การแยกชีวประวัติ วัฒนธรรมท้องถิ่น หลักฐานการผลิต และตำนานตลาดออกจากกัน ช่วยให้การสะสมรอบคอบขึ้น และทำให้มองเห็นมรดกที่ท่านทิ้งไว้แก่พัทลุงได้ครบกว่าเดิม

แหล่งข้อมูล

การเก็บ ความเห็น และห้องร่วมพิจารณา ต้องเป็นสมาชิกทั่วไปที่ผ่านแล้ว การอ่านไม่ต้องสมัคร สมัครเป็นผู้อ่าน