อาจารย์ชุม ไชยคีรี จากวิชาในครอบครัวสู่สายเขาอ้อ
อาจารย์ชุม ไชยคีรีเป็นครูฆราวาสในสายเขาอ้อ เรื่องราวของท่านมีทั้งพระขุนแผนและการลองวิชา ตลอดจนชีวิตในวัด การรวบรวมตำราที่กระจัดกระจาย การมีครอบครัวหลังลาสิกขา และการสอนศิษย์ที่กรุงเทพฯ งานสร้างและแจกวัตถุมงคลร่วมกับพระอาจารย์หลายรูปเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เชื่อมวิชาที่ท่านศึกษากับศิษย์และผู้ศรัทธา
ตามประวัติ ตระกูลของอาจารย์ชุมมีความเกี่ยวข้องกับขุนไชยคีรีแห่งเมืองพัทลุง ในวันที่ท่านเกิด บิดากำลังร่วมประชุมกับผู้ใหญ่ในท้องถิ่น พระอาจารย์คง วัดไชยมงคลจึงตั้งชื่อว่า ชุม ให้สอดคล้องกับการชุมนุมในวันนั้น อีกสำนวนหนึ่งกล่าวถึงเชื้อสายจากราชวงศ์ แต่รายละเอียดของลำดับเครือญาติยังไม่ชัดเจน
มีเรื่องเล่าว่าอาจารย์ชุมเรียนวิชาจากบิดาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุห้าขวบ ท่านทำให้งูและสุนัขไม่กัดคนได้ ต่อมาเมื่ออายุเจ็ดขวบ เพื่อนของบิดานำปืนมาเยี่ยมบ้าน เด็กชายชุมทำพิธีกับปืนนั้น และตามเรื่องเล่า ปืนแตกเมื่อนำไปใช้ เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับวัยเด็กของท่าน
ตามประวัติ อาจารย์ชุมบวชที่วัดไชยมงคลและศึกษากับพระอาจารย์คง ต่อมาขุนพันธรักษ์ราชเดชช่วยรับรองให้เข้าศึกษากับพระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา และท่านยังได้ปรึกษาพระอาจารย์ปาลด้วย พระอาจารย์เอียดลังเลในตอนแรก ก่อนรับท่านเมื่อขุนพันธ์ช่วยรับรอง ส่วนพระอาจารย์คง สิริมโต วัดบ้านสวนเป็นผู้ที่ไปมาหาสู่และร่วมพิธี ชื่อคงในเรื่องนี้จึงหมายถึงคนละรูป โดยมีทั้งผู้เป็นครูและผู้ร่วมงานในสายวิชา
ประวัติยังเล่าว่าท่านสอบได้นักธรรมเอก เป็นที่รู้จักในฐานะพระนักเทศน์ และรวบรวมตำราเขาอ้อที่กระจัดกระจายมาเรียบเรียงไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษา
อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่าท่านไปเยี่ยมและดูแลครูสูงวัยอยู่สามปี ครูถามอยู่หลายครั้งว่าท่านเชื่อในตัวครูหรือไม่ ก่อนจะถ่ายทอดคาถาสองบทในที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้บอกชื่อครูหรือปีที่เรียน แต่ยังเล่าถึงการปรนนิบัติเป็นเวลานานกว่าจะได้รับถ่ายทอดวิชา
การปฏิบัติและงานเขียนหลังลาสิกขา
การลาสิกขาไม่ได้ทำให้ท่านตัดขาดจากวงการปฏิบัติเดิม ประวัติภาษาไทยที่เรียบเรียงภายหลังเล่าว่าท่านมีครอบครัวและค้าขาย แต่ในช่วงเข้าพรรษายังนุ่งขาวห่มขาว ไปปฏิบัติที่วัดหรือหาความสงบตามถ้ำและภูเขา เมื่อออกพรรษาจึงจัดพิธีเกี่ยวกับครูร่วมกับศิษย์ และร่วมทำบุญทอดกฐิน
ประวัติเล่าว่าหลังลาสิกขาท่านแต่งงานกับบุญสืบ ภรรยาเป็นหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งคู่เคยอยู่พัทลุง ก่อนย้ายมากรุงเทพฯ ด้วยความช่วยเหลือของศิษย์ แล้วจึงมีบ้านของตนเอง
นอกจากการสอนและร่วมปลุกเสก อาจารย์ชุมยังมีงานเขียนเกี่ยวกับสายวิชา บทความวิชาการว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมเขาอ้อกล่าวถึงหนังสือ สร้างพระเครื่องแจกฟรีทั่วประเทศ ของชุม ไชยคีรี ซึ่งเรียบเรียงในช่วง พ.ศ. 2511–2512 ว่าเป็นเอกสารยุคต้นชิ้นหนึ่ง ผู้วิจัยสรุปว่าในเล่มใช้ตำนานท้องถิ่นสองเรื่องเรียบเรียงความเป็นมาของเขาอ้อ รวบรวมรายนามครูสำคัญสิบรูปและวิชาประจำครู รวมถึงการทำน้ำมันงา พิธีอาบว่านแช่ยา พิธีหุงข้าวเหนียวดำ และความรู้สมุนไพรรักษาโรค จึงเห็นบทบาทของท่านในการเรียบเรียงเรื่องราวสายครูและองค์ความรู้ท้องถิ่นควบคู่กับงานวัตถุมงคล
เรื่องเล่าเกี่ยวกับการสอนที่กรุงเทพฯ ระบุว่าท่านเปิดสำนักกุญแจไสยศาสตร์ที่บ้านย่านสะพานควาย การรับศิษย์เป็นไปอย่างรอบคอบ ท่านให้ความสำคัญกับวุฒิภาวะ ความตั้งใจจริง และความเป็นคนจริง โดยกล่าวถึงผู้เรียนอายุประมาณ 20 ปี มิใช่ว่าใครมาขอเรียนก็จะรับทันที
งานแจกพระร่วมกับเครือข่ายวัด
การสร้างพระที่ท่านมีส่วนร่วมยังสัมพันธ์กับสังคมในเวลานั้น งานประวัติศาสตร์ของนนทวุฒิ ราชกาวีศึกษาวัตถุมงคลสายเขาอ้อ พ.ศ. 2511 ในบริบทสงครามเย็น และระบุอาจารย์ชุมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเป็นประธานจัดทำ ผู้รับมีทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการ อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ความไม่สงบ ความศรัทธาจึงทำหน้าที่เป็นที่พึ่งและกำลังใจควบคู่ไปด้วย
รายงานวิจัยอีกฉบับบันทึกการแจกพระ 22 ครั้งระหว่าง พ.ศ. 2511 ถึง 2512 ไว้ในตารางที่ 29 รายการวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 ที่กรุงเทพฯ ระบุพระ 6,000 องค์สำหรับทหารที่ไปรบเวียดนาม โดยลงชื่ออาจารย์ชุมคู่กับพระอาจารย์คง วัดบ้านสวนไว้ในงานแจกพระครั้งนี้
รายงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นฉบับเดียวกันระบุว่า วัดบ้านสวนสร้างพระเนื้อว่านผสมผง 100,000 องค์ใน พ.ศ. 2511 มีทั้งรูปทองเฒ่า อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ และพระกัจจายน์ พระอาจารย์คง อาจารย์ชุม และศิษย์สายเขาอ้อยังร่วมสร้างพระในพิธีอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดชุมพรด้วย
เรื่องพระกลับจากแม่น้ำเจ้าพระยา
มีเรื่องเล่าว่าอาจารย์ชุมเทพระแปดหมื่นสี่พันองค์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วกลับไปรอที่วัด เมื่อพระกลับมาปรากฏว่าขาดสององค์ ตามเรื่องจึงทราบว่าเจ้าที่ขอเก็บไว้ บันทึกคำสนทนาของวัดยังกล่าวว่าพระเหล่านี้ทำแจกทหารออกสงคราม แต่ไม่ได้ระบุรุ่นหรือปีที่ประกอบพิธี
พระเทพนิมิตรและเรื่องเล่าพระลอย
ในบรรดาวัตถุมงคลยุคต้นที่เกี่ยวข้องกับท่าน พระเทพนิมิตรมีเรื่องเล่าเชื่อมโยงกับนิมิต ตามเรื่องที่ถ่ายทอดในหมู่นักสะสม พระรุ่น พ.ศ. 2496 เกี่ยวข้องกับวัดบรรพตพินิจ จังหวัดพัทลุง มวลสารมีทั้งดอกไม้บูชาพระ ตะไคร่เจดีย์และต้นโพธิ์ ตลอดจนผงพระเก่า และยังมีเรื่องเล่าว่าวิญญาณอาจารย์คงผู้เป็นอาจารย์ของขุนแผนเข้าร่วมพิธีผ่านร่างทรง
มีเรื่องเล่าว่าในพิธีปลุกเสกครั้งหนึ่ง อาจารย์ชุมให้ศิษย์หลับตา แต่ศิษย์คนหนึ่งแอบมองเห็นพระลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเอ่ยว่าอยากได้พระสักองค์ ก็มีองค์หนึ่งตกลงในมือ เรื่องที่ถ่ายทอดต่อกันมาไม่ได้ระบุชื่อศิษย์ผู้นั้น
อีกสำนวนที่เล่ากันในภาษาจีนกล่าวว่าอาจารย์ชุมฝันพบครูของขุนแผน แล้วออกหามวลสารและสร้างพระตามคำบอกในฝัน เรื่องภาษาไทยก็มีนิมิตเช่นกัน แต่ผู้เห็นนิมิต ชื่อวัด และรายละเอียดไม่ได้ตรงกันทั้งหมด การพบครูในเรื่องนี้อยู่ในโลกของความฝัน ต่างจากการศึกษากับครูที่วัดซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้
การถ่ายทอดภายในครอบครัว
อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ไชยคีรี บุตรของอาจารย์ชุม เป็นผู้สืบวิชาในครอบครัว ตามเรื่องเล่าของศิษย์ เมื่อยังเด็กท่านเห็นบิดาสอนวิชา จึงขอเรียนด้วย หลังได้รับเข้าเป็นศิษย์ ท่านทำการทดสอบขมิ้นกับปูนโดยปูนไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงได้สำเร็จ บิดาไม่ได้บังคับลูกให้เรียน การถ่ายทอดระหว่างพ่อลูกครั้งนี้จึงเริ่มจากความสมัครใจของบุตร
ต่อมายังมีผู้มาศึกษากับอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์และสืบวิชาของครอบครัวต่อไป สายการถ่ายทอดจึงมีทั้งศิษย์ที่เรียนกับอาจารย์ชุมเอง ศิษย์ที่เรียนกับบุตรของท่าน และผู้ปฏิบัติในรุ่นถัดมา ซึ่งเป็นคนต่างรุ่นที่ร่วมกันสืบสายวิชานี้
ช่วงชีวิตที่ยังมีข้อมูลต่างกัน
อายุเมื่อลาสิกขาและปีที่ท่านเสียชีวิตยังมีข้อมูลต่างกัน ประวัติภาษาจีนสำนวนหนึ่งระบุอายุ 22 ปีและ พ.ศ. 2524 ส่วนประวัติภาษาไทยให้ตัวเลข 35 ปีและ พ.ศ. 2525 ลำดับชีวิตในวัดและชีวิตครอบครัวจึงยังต้องอาศัยหลักฐานเดิมมาช่วยคลี่คลาย เรื่องนิมิต วิญญาณ และการคุ้มครองในบทความเป็นเรื่องเล่าทางความเชื่อ ไม่ใช่คำรับรองผลป้องกันอาวุธ กระสุน หรือผลทางการรักษา และใช้ตัดสินความแท้ของวัตถุมงคลแต่ละชิ้นไม่ได้